วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551

JAPANESE YEN


เงินเยน
เงินเยนประกอบไปด้วยธนบัตรราคา 1,000 2,000 5,000 และ 10,000 เยนตามลำดับ ส่วนเหรียญจะมีทั้งหมด 6 ชนิดได้แก่ราคา 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 เยน บนธนบัตร 1,000 เยนเป็นภาพของกวีที่ชื่อ “นซึเมะ โซเซคิ” (ค.ศ. 1867-1916) ซึ่งเป็นกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยเมจิ ส่วนธนบัตรชนิด 5,000 เยน จะเป็นภาพใบหน้าของ “นิโตะเบะ อินะโซ” นักการศึกษาที่มีชื่อเสียงในสมัยเมจิและสมัยโชวะ (ค.ศ. 1862-1933) ส่วนธนบัตรใบละ 10,000 เยน เป็นภาพของนักคิดนักการศึกษาคนสำคัญในสมัยเมจิที่ชื่อ “ฟุคุซาวะ ยูคิฉิ” (ค.ศ. 1834-1901) ส่วนมากคนญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญแก่ผู้ที่มีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมากกว่าการใช้รูปจักรพรรดิ์บนธนบัตร สำหรับธนบัตรใหม่ 2,000 เยนนั้น ถูกจัดพิมพ์ขึ้นมาในจำนวนจำกัดเพื่อแป็นที่ระลึกในการประชุมผู้นำนานาชาติ (Summit) ที่ Okinawa ซึ่งจัดขึ้นในปีค.ศ. 2000 ด้านหน้าของธนบัตรเป็นรูปประตูโบราณที่มีชื่อว่า “ชูเรมง” ทางด้านเหรียญของญี่ปุ่น จะเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆอาทิเช่น เหรียญ 100 เยน จะเป็นรูปดอกซากุระ เหรียญ 10 เยนเป็นรูปคฤหาสน์ไม้โบราณในเกียวโตชื่อ “เบียวโคอิน” ส่วนเหรียญ 5 เยนในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า “โกะเอ็น” มีความหมายว่า “มิตรภาพ” ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงนิยมใช้เหรียญ 5 เยนในในเรื่องมงคลต่างๆหรือใช้ในการโยนเหรียญทำบุญตามวัดวาอาราม

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551

ฝันกลางวันสร้างสรรค์จินตนาการ

เดลิเมล์ - ผลวิจัยใหม่ระบุแม้อาจทำให้ใจลอยจากงานไปบ้าง แต่แท้จริงแล้วการฝันกลางวันช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของคนเรา
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย ยืนยันว่า การฝันกลางวันเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกระบวนการความคิดที่เปิดทางให้สมองสร้างการเชื่อมโยงใหม่ๆ
แทนที่จะจดจ่อกับสภาพแวดล้อมปัจจุบันรอบข้าง การฝันกลางวันทำให้สมองเป็นอิสระเพียงพอจะคิดถึงความคิดรูปธรรมและจินตนาการไหลลื่น ส่งผลให้คนเราสามารถจินตนาการในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
เทเรซา เบลตัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย เมืองนอริช อังกฤษ เริ่มสนใจเรื่องฝันกลางวันตอนที่อ่านเรียงความของเด็กประถม
แม้เบลตันสนับสนุนให้นักเรียนเขียนสิ่งที่อยากเขียน แต่เธอกลับต้องประหลาดใจว่าเรื่องราวเหล่านั้นขาดแรงบันดาลใจโดยสิ้นเชิง
“เรียงความเหล่านั้นค่อนข้างน่าเบื่อและไร้จินตนาการ ราวกับว่าเด็กๆ ติดอยู่กับวิธีคิดที่ถูกตีกรอบ แม้เราพยายามให้เด็กคิดอย่างสร้างสรรค์ แต่กลับดูเหมือนว่าพวกเขาไม่รู้วิธีการที่จะทำแบบนั้น”
หลังจากตรวจดูตารางเวลาประจำวันของเด็กอยู่หลายเดือน เบลตันได้ข้อสรุปว่าอย่างน้อยส่วนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของการขาดแคลนจินตนาการคือ การไม่มีเวลาว่างซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ปราศจากสิ่งเร้าให้ทำกิจกรรมหรือสิ่งเร้าด้านอารมณ์เลย
เบลตันสังเกตว่า ทันทีที่เด็กเหล่านั้นเริ่มเบื่อ พวกเขาจะหันไปหาทีวีโดยไม่ต้องคิด และภาพเคลื่อนไหวสะกดความคิดของเด็กให้หยุดนิ่ง
“เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ การดูทีวีเป็นสิ่งที่เด็กๆ ทำเมื่อไม่รู้จะทำอะไร” ปัญหาจากพฤติกรรมนี้คือ การจำกัดไม่ให้สมองเด็กฝันกลางวัน
เนื่องจากเด็กมักไม่ค่อยเบื่อเมื่ออยู่ใกล้ๆ ทีวี เด็กจึงไม่เคยเรียนรู้วิธีใช้จินตนาการเพื่อสร้างความบันเทิงให้ตนเอง
“ความสามารถในการฝันกลางวันเปิดโอกาสให้คนเราเติมเต็มเวลาว่างด้วยกิจกรรมที่น่าสนุกสนานเพลิดเพลินที่ทำที่ไหนก็ได้ แต่ปัญหาก็คือ ทักษะนี้ต้องการการปฏิบัติจริง ทว่าเด็กมากมายไม่เคยได้ทำมาก่อน”
โจนาธาน ชูเลอร์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ขานรับว่า ถ้าสมองไม่ได้ท่องเที่ยว ความคิดก็จะถูกพันธนาการกับสิ่งที่ทำอยู่ในขณะนั้น
“ในทางตรงข้าม คุณสามารถใช้เวลาท่องเที่ยวด้วยความคิดและจำลองสถานการณ์ในรูปแบบอื่นๆ เพราะระหว่างการฝันกลางวัน ความคิดของคุณจะเป็นอิสระไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง”
ในรายงานที่กำลังจะเผยแพร่ออกมาเร็วๆ นี้ การวิจัยของชูเลอร์แสดงให้เห็นว่า คนที่ฝันกลางวันทำคะแนนการทดสอบความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าคนอื่นๆ
“การฝันกลางวันเกี่ยวข้องกับรูปแบบการคิดที่ผ่อนคลาย ที่คนเราเต็มใจคิดถึงไอเดียที่ดูเหมือนน่าหัวเราะหรือไกลจากความจริง” เบลตันสำทับ

















นักวิจัยแนะรักใครอย่าเก็บไว้ในอก ชี้เปิดใจเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดเป้าหมาย


เอเจนซี - เพลงหมีพูห์ดูท่าจะเวิร์ก นักวิจัยแนะรักใครชอบใครให้บอกไปตามตรง เพราะการเปิดใจอาจทำให้เขาหรือเธอคนนั้นรู้สึกว่าคุณมีเสน่ห์เข้าตาขึ้นมาโดยปริยาย

หลายคนไม่กล้าบอกความในใจ เพราะกลัวจะกลายเป็นตัวตลก แต่ข้อแนะนำจากงานวิจัยล่าสุดคือ จงกล้าที่จะเสี่ยง

การบอกใครคนนั้นว่าคุณปลื้มเขา จะทำให้คุณกลายเป็นคนน่าสนใจขึ้นมาทันที เช่นเดียวกับการสบตาและยิ้มให้

งานวิจัยก่อนหน้านี้มุ่งเน้นรูปร่างหน้าตาและน้ำเสียงที่มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จในเรื่องรักมากที่สุด

ทว่า สำหรับการศึกษาล่าสุดกลับเปิดเผยถึงศาสตร์การดึงดูดความสนใจที่ซับซ้อนกว่านั้น

ดร.เบน โจนส์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีน สก็อตแลนด์ หนึ่งในผู้จัดทำรายงาน ชี้ว่า ‘สัญญาณทางสังคม’ หรือความพยายามในการแสดงออกว่าเราผูกสมัครรักใคร่ใครคนนั้นแค่ไหน เป็นส่วนสำคัญในการปลูกต้นรัก

งานศึกษาชิ้นนี้ที่ใช้ชื่อว่า ‘อินทริเกตติง เฟเชียล แอตแทรกทีฟเนส แอนด์ คิวส์ ออฟ โซเชียล แอตแทรกทีฟเนส ตีพิมพ์อยู่ในวารสารไซโคโลจิคัล ไซนส์

ในการทดลองของเฟซ รีเสิร์ช แลบอราทอรี มหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีน นักวิจัยนำภาพใบหน้า 4 แบบให้อาสาสมัครชายหญิง 230 คนดู แบบแรก นายแบบ/นางแบบสบตากับกล้องแต่ไม่ยิ้ม,แบบที่ 2 ทั้งไม่สบตาและไม่ยิ้ม,แบบที่ 3 ไม่สบตาแต่ยิ้ม และแบบสุดท้าย ทั้งสบตาและยิ้ม จากนั้น ให้อาสาสมัครให้คะแนนความมีเสน่ห์ของนายแบบ/นางแบบในภาพ

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ใบหน้าที่อาสาสมัครมองว่าดึงดูดที่สุดคือแบบสุดท้าย ทั้งสบตาและยิ้ม โดยนิยามของความมีเสน่ห์ดึงดูดในงานวิจัยนี้หมายถึงทั้งความสวย/ความหล่อ รวมกับสัญญาณทางสังคมที่แสดงออกมา

“เรามักชอบเวลาที่คนที่เราเห็นว่ามีเสน่ห์น่ามองดูเหมือนมีใจเราให้เรา และมักลงเอยกับคนที่มีเสน่ห์ในระดับเดียวกับตัวเอง

“บางทีวิธีหนึ่งในการเรียนรู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์แค่ไหนอาจมาจากการดูว่าคนอื่นมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรา” ดร.ลินดา เดอบรูน นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดอแรมของอังฤษ ที่ร่วมทำการศึกษากับ ดร.โจนส์ และนำเสนอผลการวิจัยในงานบริติช แอสโซซิเอชัน เฟสติวัลในลิเวอร์พูลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าว

“คนโสดสามารถนำผลการค้นพบนี้ไปใช้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ไปคุยกับคนที่ไม่ได้เหลียวแลเราเลย

”การนำข้อมูลเกี่ยวกับรูปลักษณ์มาผสมกับข้อมูลเกี่ยวกับความมีเสน่ห์ของบุคคลนั้นในสายตาคุณ จะทำให้คุณสามารถใช้ความพยายามและสัญญาณทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“หรือพูดง่ายๆ ก็คือ อย่ามัวไปเสียเวลากับคนที่ไม่มีทีท่าจะรับรักเรา” ดร.โจนส์แนะนำทิ้งท้าย

หอสมุดแห่งชาติปรับใหม่ใหญ่ขึ้นแท่นที่ 3 ของโลก

โซนจัดแสดงหนังสือเก่า
ภายในห้องสมุด

ไชน่าเดลี่ – อาคารใหม่หอสมุดแห่งชาติจีน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงปักกิ่ง ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปใช้บริการแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 ก.ย.) ส่งให้หอสมุดดังกล่าวกลายเป็นหอสมุดที่มีพื้นที่ห้องมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รวมพื้นที่หอสมุดทั้งหมดกว้างขวางถึง 250,000 ตารางเมตร เป็นรองแค่หอสมุดแห่งชาติในกรุงปารีสของฝรั่งเศส และในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ
โดยอาคารแห่งใหม่นี้อยู่ในการก่อสร้างเฟสสองของหอสมุด เริ่มสร้างขึ้นในปลายปี 2004 ใช้งบประมาณมากถึง 1,220 ล้านหยวน (178.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) ครอบคลุมเนื้อที่ทั้งหมด 80,538 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย ห้องเก็บของ ห้องอ่านหนังสือ พื้นที่จัดแสดงหนังสือเก่า และห้องสมุดดิจิตอลด้วย
ภายในมีทั้งหมด 2,900 ที่นั่ง สามารถรองรับผู้อ่านได้มากถึง 8,000 คนต่อวัน โดยมีหนังสือไว้ให้บริการถึง 600,000 เล่ม ผู้อ่านสามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายกับโน้ตบุคส์ของตัวเอง หรือจะใช้บริการคอมพิวเตอร์ที่ทางหอสมุดจัดเตรียมไว้ให้ถึง 460 เครื่องก็ได้
นอกจากนี้ทางหอสมุดยังจัดโซนพิเศษ ซึ่งผู้พิการทางสายตาสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่ควบคุมด้วยระบบเสียงค้นหาหนังสือและแหล่งความรู้ที่ต้องการได้อีกด้วย
หอสมุดแห่งนี้ปัจจุบันมีพื้นที่มากพอที่จะเก็บสะสมหนังสือเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ ไปอีก 30 ปีเลยทีเดียว



วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

การเขียนคำทับศัพท์ภาษาฝรั่งเศส


หลักทั่วไป


สระ ให้ถอดตามการออกเสียงในพจนานุกรมภาษาฝรั่งเศส โดยเทียบเสียงสระภาษาไทยตามตารางเทียบเสียงสระภาษาฝรั่งเศส เช่น
Papa = ปาปา
พยัญชนะ ให้ถอดเป็นพยัญชนะไทยตามหลักเกณฑ์ในตารางเทียบเสียงพยัญชนะภาษาฝรั่งเศส เช่น
demi = เดอมี
sec = แซก
พยัญชนะที่ในภาษาฝรั่งเศสไม่ออกเสียง ไม่ต้องถอดเป็นพยัญชนะไทย เช่น
(le)[1] ticket = ตีเก
(le) prix = ปรี
chaud = โช
Sept = แซต
คำที่มีพยัญชนะท้ายคำตามด้วยสระ e ให้ทับศัพท์โดยละเสียง e แต่คงพยัญชนะหน้า e ไว้ และใส่เครื่องหมายทัณฑฆาต เช่น
(la) lampe = ลองป์
(le) reste = แรสต์
ถ้าพยัญชนะท้ายคำเป็นพยัญชนะควบกล้ำ ให้ใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตไว้บนพยัญชนะตัวสุดท้าย เช่น
Legendre = เลอช็องดร์
(la) chèvre = แชฟวร์
คำที่มีพยัญชนะซ้อน (double letter) ให้ถือเป็นหน่วยเสียงเดียวและถอดเป็นพยัญชนะไทยเพียงตัวเดียว เช่น
(la) ville = วีล
(l') allée = อาเล
(la) femme = ฟาม

ขำขำ! หมีขั้วโลกขนสีเขียวโผล่สวนสัตว์ญี่ปุ่น


เพื่อนๆ คงไม่ทราบใช่ไหมล่ะคะว่า ทำไมหมีขั้วโลกที่มีขนสีขาวนั้นถึงเปลี่ยนเป็นขนสีเขียวล่ะ ซึ่งมีอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ถ้าเพื่อนๆ อยากทราบล่ะก็ ลองอ่านรายละเอียดข้างล่างนี้ดูนะคะ

เอเจนซี – นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมสวนสัตว์แห่งหนึ่งในเมืองนาโงยา ของญี่ปุ่นต่างรู้สึกแปลกใจไปตามๆ กัน หลังได้เห็นหมีขั้วโลกที่นั่นมีขนสีเขียว แทนที่จะเป็นสีขาวเหมือนที่เห็นกันทั่วไป

สีขนของหมีขั้วโลก 3 ตัวที่สวนสัตว์ฮิงาชิยามะ และสวนพฤกษศาสตร์ในเมืองนาโงยา ทางตอนกลางของญี่ปุ่น เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียว หลังพวกมันลงไปว่ายน้ำเล่นในสระที่เต็มไปด้วยตะไคร่ซึ่งขึ้นเต็มสระในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม

มาซามิ คูโรเบะ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ กล่าวว่า สีขนที่เปลี่ยนไปของหมีขั้วโลกทั้ง 3 ตัว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันตั้งคำถามว่าหมีทั้ง 3 กำลังป่วย หรือขนของมันกำลังขึ้นราหรือไม่

“นักท่องเที่ยวต่างตกใจที่เห็นขนของหมีขั้วโลกกลายเป็นสีเขียว ทุกวันจะต้องมีคนถามเราว่าทำไมขนของพวกมันจึงเป็นสีนั้น” คูโรเบะ กล่าว

เจ้าหน้าที่คนเดิม กล่าวด้วยว่า เนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนน้ำในสระที่ลดลงจากนโยบายประหยัดน้ำของสวนสัตว์ จึงทำให้มีตะไคร่ขึ้นเต็มสระ

ทั้งนี้ คาดว่า หมีขั้วโลกทั้ง 3 ตัวจะกลับไปมีขนสีขาวเหมือนปกติในเดือนพฤศจิกายน หลังจากตะไคร่ในสระลดลง

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2551

ศิลปะมังกรเบญจสี

ผลงานชื่อชุด “มังกรเบญจสี”ที่เตรียมแสดงในงานนิทรรศการปีคู่นักเรียนนานาชาติ ที่จะจัดขึ้น ณ ศูนย์ศิลปะเซี่ยงไฮ้ในวันจันทร์ที่ 8 ก.ย. โดยที่ผ่านมานิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการที่มีการนำผลงานจากนานาประเทศมาจัดแสดง ซึ่งจัดว่าเป็นนิทรรศการศิลปะวัฒนธรรมและการออกแบบที่มีอิทธิพลในหมู่นักเรียนนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ การจัดงานเมื่อปี 2006 ที่ผ่านมา นิทรรศการดังกล่าวในเซี่ยงไฮ้ได้มีสถานศึกษาจาก 26 ประเทศอาทิจีน (รวมฮ่องกง) ฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรเลีย ฯลฯ มาเข้าร่วม โดยมีผลงานเข้าร่วมแสดงมากกว่า 180 ชิ้น - ซินหัวเน็ต


อีกมุมหนึ่งของผลงานชุดมังกรเบญจสี