วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552


ฉลองครบรอบ 800 ปี "เคมบริดจ์" บนเส้นทางประวัติศาสตร์สู่ศูนย์กลางความก้าวหน้าของโลกอนาคต

มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเพียงไม่กี่แห่งที่มีประวัติความเป็นมา ยาวนานมาก โดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 800 ปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงเส้นทางอันยาวไกลของมหาวิทยาลัย

ย้อนหลังไปในปี 1209 ตามหลักฐานการจดบันทึกของ "โรเจอร์ ออฟ เวนโดเวอร์" นักบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อังกฤษ ระบุว่า มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดหยุดทำการเรียนการสอนเพื่อเป็นการประท้วงคำพิพากษาของ ทางการออกซ์ฟอร์ด ที่ตัดสินแขวนคอนักศึกษาของมหาวิทยาลัย 2 คน ด้วยข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้ง กันระหว่างกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์ กับกลุ่มชาวบ้าน ส่งผลให้คณาจารย์และนักศึกษาจำนวนหนึ่งตัดสินใจอพยพออกจากเมืองออกซ์ฟอร์ดไป ยังเมืองเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำแคม และเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าแรกของ "เคมบริดจ์" ในสถานะมหาวิทยาลัย

ในช่วงแรก เคมบริดจ์ ยังไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่มีสถานะทัดเทียมกับมหาวิทยาลัยอื่นในยุโรป กระทั่งในปี 1231 สมเด็จพระเจ้าเฮนรี่ ที่ 2 แห่งอังกฤษทรงเลื่อนสถานะของแคมบริดจ์ ให้มีกฏของตัวเองเพื่อใช้ควบคุมสมาชิกในสถาบัน และทรงโปรดให้มีการยกเว้นการเก็บภาษีบางส่วน และต่อมา ในปี 1233 สมเด็จพระสันตะปาปา เกรเกอรี่ ที่ 9 แห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิค ก็ทรงออกกฏหมายรองรับให้ผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันเคมบริดจ์ มีสิทธิถ่ายทอดความรู้ในฐานะอาจารย์ผู้สอนได้ทั่วอาณาเขตคริสตจักร ส่งผลให้เคมบริดจ์มีสถานะเทียบเท่ากับสถาบันระดับอุดมศึกษาของยุโรป และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในยุโรปที่สนใจมาศึกษาค้นคว้าข้อมูลหรือทำการสอน

Peterhouse College - วิทยาลัยแห่งแรกของ ม.เคมบริดจ์

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

"เพิร์ธ"เมืองทรงเสน่ห์

เพื่อนๆรู้ไหมว่าออสเตรเลียมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและสวยงามมาก อยากรู้ว่ามีที่ไหนน่าท่องเที่ยวบ้างมาดูกันดีกว่า
จุดมุ่งหมายของการเดินทางมายังออสเตรเลียของหลายๆคนทั้งนักท่องเที่ยวหรือ แม้แต่นักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่มักเป็นเมืองซิดนีย์หรือเมลเบิร์น ในฝั่งตะวันออก ทั้งคู่ต่างเป็นเมืองที่มากไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง แหล่งอาหารการกินและสถานบันเทิงต่างๆ จนเป็นที่คุ้นเคยของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
แต่ถ้าย้ายไปออสเตรเลียฝั่งตะวันตกยังรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia : WA) ที่นี่มีเมืองทรงเสน่ห์อย่าง "เพิร์ธ" (Perth) เป็นหนึ่งในเมืองแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิร์ธ เป็นเมืองหลวงแห่งรัฐ WA เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่ามีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในออสเตรเลีย ทำให้ผู้อยู่เมืองนี้สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ยาวนานและสนุกสนานยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามตัวเมืองเพิร์ธไม่ได้ใหญ่โตมากมาย ทำให้สามารถเดินหรือนั่งรถเมล์CAT (Central Area Transit) ที่มีให้บริการฟรีๆ หรือจะเสียเงินเล็กน้อยนั่งรถเมล์เพิร์ธแทรมซิตี้เอ็กซปลอเรอร์ที่วิ่ง ระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆก็สะดวกสบายเป็นอย่างมาก

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนเมื่อมาเหยียบดินแดนเพิร์ธแล้วก็คือ "สวนสาธารณะคิงส์ปาร์ค" (Kings Park) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูงใจกลางเมือง เราสามารถชมวิวสวยๆในมุมสูงๆของเมืองเพิร์ธได้จากคิงส์ปาร์คแห่งนี้ นอกจากนั้นสวนสาธารณะใจกลางเมืองนี้ยังเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดนับพัน ชนิดเลยทีเดียว

อาคารทรงทิวดอร์ย่านดอนคอร์ตที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป

ชมวิวเมืองมุมสูงและไม้นานาพันธุ์แล้ว ก็ต้องไปตามหาเจ้า Black Swan หรือ "หงส์ดำ" สัตว์สัญลักษณ์ของเมืองเพิร์ธกันที่ "ทะเลสาบมองเกอร์" (Lake Monger) แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสัตว์ปีกหลายชนิดรวมถึงเจ้าหงส์ตัวสีดำปาก สีแดงสัตว์สงวนท้องถิ่นของที่นี่ด้วย ใครที่ชอบส่องนกล่ะก็ที่ทะเลสาบมองเกอร์ก็น่าจะให้ความเพลิดเพลินได้ไม่ผิดหวัง


Government House อาคารทรงโกธิกที่งดงามที่สุดในเมืองเพิร์ธ

พูดถึงหงส์ที่เป็นสัตว์แล้ว มายลแม่น้ำหงส์ หรือ "แม่น้ำสวอน" (Swan River) กันบ้าง แม่น้ำสวอนนี้นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งแล้ว ยังเป็นแม่น้ำที่เก่าแก่สายหนึ่งของโลกด้วย สายน้ำอันคดเคี้ยวไปมานี้จะไปทะเลที่ฟรีแมนเทิลเมืองปากอ่าว ระหว่างเส้นทางริมแม่น้ำสวอนอันทรงเสน่ห์เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนสวยๆมากมาย นักท่องเที่ยวรวมถึงทัวร์จึงมักนิยมนั่งเรือล่องแม่น้ำสวอนชมความงามของ ธรรมชาติและเมืองเพิร์ธ และยังอาจจะไปแวะชมไร่องุ่น แหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศต่างๆด้วย

หวังว่าคงชอบกันน้า!!

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

.. ปรัชญาความรัก 14 แบบ ..


A man overtime falls in love with woman he is attracted to, and a woman overtime become more attracted to the man she loves.
ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก
Friendship is love minus sex and plus reason LOVE is friendship but love is friendship plus sex and minus reason.
มิตรภาพคือ ความรักลบด้วยเซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป ส่วนรักคือ มิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออกไป
To love is nothing. To be loved is something. To love and be loved is everything!!!!
การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็นเรื่องของอะไรบางอย่าง ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว)
You may only be one person to the world but you may also be the world to one person
คุณอาจจะเป็นแค่ "คนๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้
You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not of it.
คุณรู้ว่าคุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายถึง การที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน
Love looks not with eyes, but with the mind.
ความรักนั้นเห็นไม่ได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ
Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind.
ความรักก็เหมือนปูนเปียกๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบ จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง
Don't marry a person you can live with, marry somebody you can't live without.
จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณ "อยู่ด้วยได้" จงแต่งงานกับคนที่คุณ "ขาดไม่ได้"
If you love someone tell them don't wait or also you will lose the chance.
ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ..
It only takes a second to say " I love you" but it will take a lifetime to show you how much.
ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า" ฉันรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร?
The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them.
ความเศร้าที่สำคัญคือการใช้ชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่มันคงจะเศร้าพอๆกันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า "คุณรักพวกเค้า"
A man falls in love through his eyes, a woman through her ears.
ผู้ชายตกหลุมรักทางตา แต่ผู้หญิงน่ะ ตกหลุมรักทางหู
To love is to risk not being loved in return. To hope is to risk pain. To try is to risk failure, but risk must be taken, because the greatest hazard in life is to risk nothing.
การที่ได้รักคือการเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือการไม่เสี่ยงอะไรเลย
When loving someone.. never regret what you do. only regret what you didn't do. เวลารักใคร..อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้กระทำ จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ…..
หวังว่าคงชอบกันน้า

.. คำบอกรักภาษาต่าง ๆ ..

ภาษาไทย เรียกว่า ฉัน รัก คุณ
ภาษาอังกฤษ เรียกว่า ไอ เลิฟ ยู (I love you)
ภาษาพม่า เรียกว่า จิต พา เด (chit pa de)
เขมร เรียกว่า บอง สรัน โอน (Bon sro Iahn oon)
เวียดนาม เรียกว่า ตอย ยิ่ว เอ๋ม (Toi yue em)
มาเลเซีย เรียกว่า ซายา จินตามู (Saya cintamu)
อินโดนีเซีย เรียกว่า ซายา จินตา ปาดามู (Saya cinta padamu)
ฟิลิปปินส์ เรียกว่า มาฮัล กะ ตา (Mahal ka ta)
ญี่ปุ่น เรียกว่า คิมิ โอ ไอ ชิเตรุ (Kimi o ai shiteru)
เกาหลี เรียกว่า โน รุย สะรัง เฮ (No-rui sarang hae)
เยอรมัน เรียกว่า อิคช์ ลิบ ดิกช์ (Ich Liebe Dich)
ฝรั่งเศส เรียกว่า เฌอแตม (Je t''''aime)
ฮอลแลนด์ (ดัชต์) เรียกว่า อิค เฮา ฟาวน์ เยา (Ik hou van jou)
สวีเดน เรียกว่า ย็อก แอลสการ์ เด (Jag a Lskar dig)
อิตาลี เรียกว่า ติ อโม (Ti amo)
สเปน เรียกว่า เตอ เควียโร (Te quiero)
รัสเซีย เรียกว่า ยาวาส ลุยบลิอู (Ya vas Liubliu)
โปรตุเกส เรียกว่า อโม-เท (Amo-te)
จีนกลาง เรียกว่า หว่อ อ้าย หนี่ (Wo ai ni)
ตุรกี เรียกว่า เซนี เซวีโยรัม (Seni Seviyorum)

.. ช็อคโกแลตกับวันวาเลนไทน์ ..

ในวันวาเลนไทน์ที่ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายหญิงนิยมที่จะมอบช็อคโกแลตให้กับฝ่ายชาย (ส่วนผู้ชายจะมอบของขวัญตอบแทนให้กับผู้หญิงในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งเรียกวันนั้นว่า White Day หรือ วันสีขาว) ความนิยมการมอบชอคโกแลตนั้นเกิดขึ้นมาจากการใช้เครื่องมือทางการตลาดของบริษัทผลิตชอคโกแลต ผู้หญิงญี่ปุ่นถูกกระตุ้นให้บอกรักอย่างชัดเจนกับผู้ชายโดยการมอบชอคโกแลตและของขวัญชนิดอื่นในวันที่ 14 กุมภาของทุกปี

ร้านขายของชำ ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อจะขายช็อคโกแลตที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ช็อคโกแลตที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายช็อคโกแลตทั้งปีนั้น จะมาจากช่วงวันวาเลนไทน์ เหตุก็เพราะผู้หญิงแดนอาทิตย์อุทัยจะซื้อชอคโกแลตเพื่อแจกให้กับทั้งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนชาย พี่ชาย คุณพ่อ สามี แฟน และผู้ชายที่เธอรู้จักและมีความยินดีที่จะมอบให้

ช็อคโกแลตที่มอบให้กับผู้ชายที่เธอไม่ได้หลงรัก ถูกเรียกว่า “giri-choco” (แปลว่า ช็อคโกแลตที่ให้ตามหน้าที่ หรือ ชอคโกแลตตามมารยาท) เช่น ช็อคโกแลตที่มอบให้กับเพื่อนร่วมงาน หรือกับหัวหน้างานเป็นต้น

ผู้ชายส่วนใหญ่จะรู้สึกอับอายอย่างมาก ถ้าพวกเขาไม่ได้รับช็อคโกแลตในวันนี้ ผู้หญิงจึงพยายามมอบ giri-choco กับผู้ชายที่รู้จักทุกคน เพียงเพื่อไม่ให้ผู้ชายต้องมีความรู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้รับการใส่ใจ ราคาโดยเฉลี่ยของ giri-choco ตกประมาณอันละ 100 – 300 เยน

ผู้หญิงบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะให้ของขวัญพิเศษกับคนที่ตนรัก เช่น เนคไทค์ และเสื้อผ้าควบคู่ไปกับช็อคโกแลตด้วย ช็อคโกแลตประเภทนี้จะเรียกว่า "honmei-choco." (แปลว่า ผู้ชนะที่คาดหวังไว้ prospective winner) Honmei-choco จะมีราคาที่แพงกว่า giri-choco และบางครั้งจะเป็นช็อคโกแลตทำเอง ซึ่งผู้ชายที่ได้รับนั้นถือว่าโชคดีมาก

ช็อคโกแลตญี่ห้อดังของญี่ปุ่นได้แก่ Glico, Meiji และ Morinaga แต่ผู้ชายบางคนมักจะพอใจกับช็อคโกแลตทำเองมากกว่า เพราะมันจะแสดงออกถึงความตั้งใจของคนทำนั่นเอง

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Valentine's Day


Valentine's Day or Saint Valentine's Day is a holiday celebrated on February 14 by many people throughout the world. In the West, it is the traditional day on which lovers express their love for each other by sending Valentine's cards, presenting flowers, or offering confectionery. The holiday is named after two among the numerous Early Christian martyrs named Valentine. The day became associated with romantic love in the circle of Geoffrey Chaucer in the High Middle Ages, when the tradition of courtly love flourished.

An alternative theory from Belarus states that the holiday originates from the story of Saint Valentine, who upon rejection by his mistress was so heartbroken that he took a knife to his chest and sent her his still-beating heart as a token of his undying love for her. Hence, heart-shaped cards are now sent as a tribute to his overwhelming passion and suffering. [1]

The day is most closely associated with the mutual exchange of love notes in the form of "valentines." Modern Valentine symbols include the heart-shaped outline, doves, and the figure of the winged Cupid. Since the 19th century, handwritten notes have largely given way to mass-produced greeting cards.[2] The sending of Valentines was a fashion in nineteenth-century Great Britain, and, in 1847, Esther Howland developed a successful business in her Worcester, Massachusetts home with hand-made Valentine cards based on British models. The popularity of Valentine cards in 19th-century America was a harbinger of the future commercialization of holidays in the United States.[3]

The U.S. Greeting Card Association estimates that approximately one billion valentines are sent each year worldwide, making the day the second largest card-sending holiday of the year behind Christmas. The association estimates that women purchase approximately 85 percent of all valentines.[4]

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ชมตึกไอเดียแปลกของญี่ปุ่น สร้าง"ถนน"ผ่าน"ตัวอาคาร"

ที่ญี่ปุ่น ตึก"The Gate Tower Building" ในเมืองโอซาก้า เป็นตึกที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใคร เหมือนเป็นที่เลื่องลือในฐานะตึกที่ถูกสร้างให้"ถนน"ผ่านชั้นตัวตึกได้ เป็นสถาปัตยกรรมที่ใครเห็นรับรองต้องทึ่ง และอาจต้องยกนิ้วให้


สถาปัตยกรรม"ทางผ่านตึกอาคาร" อันแสนจะฮือฮาเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ปี 1983 โดยตึกเก่ากำลังถูกสร้างใหม่ แต่เจ้าหน้าที่วางผังเมืองตัดสินใจจะสร้างทางผ่านตัวตึกแทน และมีการเจรจากันเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่จะเจ้าของที่ดินและกลุ่มต่าง ๆที่เกี่ยวข้องจะบรรลุข้อตกลงให้ทางหลวงสามารถสร้างผ่านตึกอาคารใหม่นี้ ซึ่งสูง 16 ชั้น โดยทางผ่านตึกอาคารอยู่ตรงชั้น 5 - ชั้น 7


ส่วนระยะเวลาการสร้างนั้น เริ่มตั้งแต่ปี 1989 ก่อนเสร็จสิ้นในปี 1992