วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Cute Sisters....WoW




ดูเพื่อความน่ารักก็แล้วกันนะ!!!




เทศกาล "นีซ คาร์นิวัล"


อีกหนึ่งเทศกาลที่ถือว่าเป็นสีสัน ความสนุกสนานของคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว นั่นก็คือเทศกาลนีซ คาร์นิวัล ที่ปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 125 แล้ว

ในเมืองนีซทางใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีนัก แต่ภาพของงานนี้ก็ยังคึกคักสนุกสนาน ด้วยขบวนแห่นานาประเภท โดยเฉพาะขบวนลูกโป่งที่รังสรรค์เป็นรูปต่างๆ ทั้งการ์ตูน มังกร รวมทั้งใบหน้าคนดัง และเมื่อปีนี้มีคอนเซ็ปต์ที่ว่า "King of Masquerade" ตุ๊กตาสวมหน้ากากในรูปลักษณ์ต่างๆ จึงมีให้เห็นอย่างมากมาย ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงานกันเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ก็ยังประดับประดาสถานที่ด้วยแสง สี เสียง อย่างครบถ้วนและสวยงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก

นอก จากสีสันของขบวนพาเหรดที่น่าจับตามองแล้ว ผู้คนในท้องถิ่นยังเป็นสีสันที่สำคัญของงาน ด้วยต่างพร้อมใจกันแต่งตัวมาในชุดต่างๆ ทั้งแต่งเป็นชาวจีนในอดีต ชาวยุโรปยุคเรเนซองส์ ที่นักท่องเที่ยวก็ไม่พลาดที่จะลั่นชัตเตอร์เก็บไว้เป็นที่ระลึก และงานใหญ่ในช่วงฤดูหนาวประจำปีอย่างนี้ไม่ใช่จัดขึ้นวันเดียวนะคะ งานนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบจนถึงวันที่ 1 มีนาคมเลย...

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

มิคาอิล โปรโครอฟ รวยที่สุดในรัสเซีย




มิคาอิล โปรโครอฟ ไทคูนด้านเทคโนโลยี เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในรัสเซีย ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 14,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานของนิตยสารฟินานส์ เมื่อวานนี้ ระบุให้ โปรโครอฟ เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในรัสเซีย ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 14,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 493,500 ล้านบาท สำหรับโปรโคลอฟได้รับการยกย่องว่าเป็นคนโสดที่มีเสน่ห์และเนื้อหอมที่สุดของประเทศ มีชื่อในเรื่องความฟุ่มเฟือยและไลฟสไตล์ในด้านกีฬา เขาเป็นเจ้าของโอเนซิม ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงการเหมืองแร่
ส่วนผู้ที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรัสเซีย ได้แก่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรฟุตบอลเชลซีในอังกฤษ มีทรัพย์สินมูลค่า 13,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ โอเลก เดริปาสกา นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลด้านอะลูมิเนียม ซึ่งรวยที่สุดในรัสเซียปีที่แล้ว เจอพิษเศรษฐกิจจนทรัพย์สินที่เคยมีกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงมาเหลือเพียง 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น.

แดนฝันในวรรณกรรม


มีดินแดนหลายแห่งในโลกนี้เป็นแรงบันดาลใจให้นักประพันธ์สร้างผลงานอันน่าตราตรึงใจ และเป็นดินแดนที่น่าไปเยี่ยมเยือน

นิตยสาร "รีดเดอร์ไดเจสท์" อ้างอิงจาก "Lonely Planet BLUELIST 2007" แนะนำไว้ดังนี้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ปลายทศวรรษ 1800 ดินแดนแห่งนี้ปรากฏอยู่ในนิยาย Heart of Darkness ของ โจเซฟ คอนราด อีก 60 ปีต่อมา บาร์บารา คิงซอล์ฟเวอร์ สะท้อนภาพของคองโกมุมมองของผู้หญิงยุคหลังอาณานิคมใน The Poisonwood Bible


ลอสแองเจลิส สหรัฐ ชาร์ล บูคาวสกี นักเขียนผู้มาจากชนชั้นล่าง เคยทำงานไปรษณีย์ย่านใจกลางลอสแองเจลิส นวนิยายเช่น Factotum และ Post Office และบทกวีของเขาเขียนขึ้นจากฉากชีวิตจริงในย่านดาวน์ทาวน์ของฮอลลีวู้ดตะวันตก และบนถนนฮอลลีวู้ดบูเลอวาร์ด


ฟลีตสตรีต ลอนดอน ถิ่นเก่าของหนังสือพิมพ์หลายสำนัก โดยเฉพาะร้านเหล้า Ye Olde Cheshire Cheese กลายเป็นฉากที่ปรากฏอยู่ในนวนิยายของนักเขียนใหญ่ ตั้งแต่ ซามูเอล จอห์นสัน, เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์, ชาลส์ ดิกเคนส์

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ภาพขำขำ ดูแล้วอารมณ์ดี
















7 สถานที่ขอแต่งงานสุดแสนโรแมนติก

7 สถานที่ขอแต่งงานสุดแสนโรแมนติกต้อนรับ "วาเลนไทน์" หวานๆ

อ่าวมาหยา เกาะพี พี จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย
วันแห่งความรัก หลายต่อหลายคนถือเอาเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะทวงถามคำตอบจากคนรักว่าจะยอมตกลง ปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มี 7 สถานที่โรแมนติกมาแนะนำ



วันวาเลนไทน์ นอกจากจะเป็นวันที่คู่รักจะเตรียมหาซื้อของขวัญแทนใจกันแล้ว ยังเป็นอีกวันที่หนุ่มๆ อยากใช้โอกาสนี้ในการขอคนรักแต่งงานนั้น คุณสุภาพบุรุษคงจะต้องตระเตรียมการเพื่อสร้างความประทับใจให้มากที่สุดเรียก ได้ว่า ให้สาวเจ้าซาบซึ้งจนต้องตอบตกลงโดยมิลังเลใจ ซึ่งคงจะไม่ได้เป็นเพียงแค่นั่งคุกเข่า เปิดกล่องแหวนและเอ่ยปากถามหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเพียงแค่นั้น แต่สถานที่ที่จะเลือกใช้เป็นเวทีเจรจาครั้งสำคัญในชีวิตนี้ ดูจะเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากสำหรับสุภาพบรุษทั้งหลายอยู่ไม่น้อย ในโอกาสที่วาเลนไทน์กำลังใกล้เข้ามา อโกด้า เซอร์วิสเซส ผู้ให้บริการเว็บไซต์จองห้องพักในโรงแรมในเอเชียและทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ http://www.agoda.co.th/ ขอแนะนำ 7 สถานที่สุดแสนโรแมนติกจากทั่วโลกให้กับ บรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายที่ความรักกำลังผลิบานเต็มที่ใช้เป็นสถานที่ขอว่าที่เจ้าสาวแต่งงาน กันในวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง ขอแนะนำเสนอสถานที่สุดแสนโรแมนติกในการขอคู่รักของคุณแต่งงานจากทุกมุมโลก ดังนี้

ชิงช้าสวรรค์ ลอนดอน อายน์ กรุงลอนดอน ประเทศ อังกฤษ

ชิงช้าสวรรค์ความสูงถึง 135 เมตร แห่งนี้ เหมาะอย่างยิ่งกับการควงคู่กันขึ้นไปสัมผัสสายลมยามค่ำคืนในบรรยากาศสุดแสน โรแมนติกพร้อมชมวิวทิวทัศน์ทั่วกรุงลอนดอนแบบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จากจุดที่สูงที่สุดในอังกฤษนี้ ในช่วงวันแห่งความรัก บรรดาคู่รักมักจะจับจองความเป็นส่วนตัวบนที่สูงในแคปซูลแชมเปญที่จะให้ความ เป็นส่วนตัวและพาคุณล่องลอยไปบนอากาศพร้อมดื่มแชมเปญ Laurent-Perrier รสเลิศร่วมกันเพื่อกับฉลองวันที่แสนจะโรแมนติกนี้ และเมืองผู้ดีแห่งนี้ยังมีประเพณีประจำปีที่ออกจะแปลกกว่าทุกๆ ที่ คือในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ของทุกปี หญิงสาวจะสามารถเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอชายหนุ่มแต่งงานได้อีกด้วย สาวใดที่หนุ่มๆ ปล่อยให้รอแต่ไม่ขอสักที คงต้องชวนคู่รักไปเยือนกรุงลอนดอนสักทีแล้ว หอไอเฟล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

หากไม่มีหอไอเฟล ติดอันดับสถานที่แนะนำให้หนุ่มๆ ใช้เป็นที่คุกเข่าขอความรักกับสาวๆ คงเป็นไปไม่ได้ ด้วยการได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งความรักทำให้หอไอเฟล แห่งกรุงปารีส กลายเป็นไอคอนสำคัญของมหานครแห่งนี้และติดอันดับไอคอนของโลกเลยก็ว่าได้ ในวันวาเลนไทน์ของทุกปีนั้น หอไอเฟลจะคราคร่ำไปด้วยคู่รักทุกเพศทุกวัยที่จับจองพื้นที่ที่จะใช้เวลาสุด แสนโรแมนติกด้วยกัน เชื่อว่าบรรยากาศยามค่ำคืนบนหอสูงแห่งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้บรรดาสุภาพ บุรุษทั้งหลายกล้าเผยความในใจขอคนรักแต่งงานและสาวเจ้าก็น่าจะยินดีรับอีก ด้วย ขอบอกว่า พระเอกฮอลลี่วู้ด ชื่อดัง อย่างทอม ครูซ ก็ใช้หอไอเฟลแห่งนี้คุกเข่าขอหมั้นคนรักมาแล้ว ใครจะเลียนแบบ ก็ไม่ว่ากัน ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ ประเทศ ออสเตรเลีย สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ขอแนะนำ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโครงสร้างเหล็กถักรูปโค้งที่งดงาม และยังนับเป็นสะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสะพานแห่งความหวังในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ แต่ในช่วงวาเลนไทน์ ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ ก็จะกลายเป็นสะพานแห่งความหวังของคนที่ต้องการลั่นประตูวิวาห์ในเร็ววัน ด้วยบรรยากาศที่โรแมนติกไม่แพ้ที่ใด สายลมพัดเย็นสดชื่นด้านบนกับฉากท้องฟ้าที่งดงามยามพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบ ฟ้าและยามค่ำคื่นที่พื้นน้ำด้านล่างที่สะท้อนแสงสีของเมืองซิดนีย์ ประกอบกับวิวของโอเปร่า เฮ้าส์ สถาปัตยกรรมที่เลื่องชื่อระดับโลก ส่วนผสมที่ลงตัวทั้งหลายเหล่านี้ คงจะช่วยให้ความหวังความฝันในเรื่องความรักกลายเป็นจริงได้ไม่ยากเลยทีเดียว

เวนิส เมืองสุดโรแมนติกติดอันดับโลก




ราชินีแห่งอะเดรียติก เมืองที่มีคลองไว้แทนถนน เพราะทั่วทั้งเมืองเวนิสนั้นมีคลองมากถึง 180 คลองและมีเรือไว้แทนรถ ส่วนถนนก็มีไว้ให้คนเดินซะมากกว่า รถราในเวนิสแทบจะหมดความหมายไปเลย

เวนิสเป็นเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ในน้ำ และมีสะพานเชื่อมคลองถึง 450 สะพาน เป็นเมืองโรแมนติกที่คนทั่วโลกอยากมาสัมผัสสักครั้ง เป็นเมืองร้อยเกาะที่ไม่มีเงาะอร่อย แต่มีประติมากรรมอันงดงามเหนือคำบรรยาย คลองใหญ่ที่สุดที่ตัดผ่านกลางเมือง เรียกว่า Canal Grand มีโบส์สมัยกอธิกและบาร็อกถึง 90 โบสถ์ ด้วยกัน !

เวนิส ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างหงอยเหงาดูอึมครึมซึมเซา เพราะฝนตกปรอยๆ เสมอ แต่ก็ให้อารมณ์โรแมนติกดีแท้

จตุรัสซานมาร์โก รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมสีสันจับตา และเป็นสถานที่ๆโด่งดังที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง Palais des Doges หรือวังของท่านดยุกเจ้าเมืองเวนิส เมือง Murano ที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องแก้ว

เมือง Burano มีชื่อทางการผลิตผ้าลูกไม้ อาคารบ้านเรือนสีลูกกวาด หรือแวะชมภาพเขียนของจิตรกรชาวเวนิสที่ Gallerie Dell ที่พลาดไม่ได้ก็คือ ponte dei sospiri สะพานถอนใจ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างวังของท่านดยุกฝั่งอิสรภาพ ไปยังคุกซึ่งเป็นสถานที่นักโทษจะสิ้นอิสรภาพ นักโทษมีโอกาสสั้นที่จะสัมผัสกับอิสรภาพครั้งสุดท้ายก่อนจะข้ามสะพานนี้ไปยังคุก ฉะนี้แลจึงต้องถอนใจ