วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

7 มารยาทที่คุณห้ามทำในต่างประเทศ ไม่งั้นคุณอาจตายได้


อันดับ 1 ห้าม "OK" ที่บราซิล (Give the "OK" Sign in Brazil)

สากล:ตกลง!! โอเค
บราซิล:ฮายบราซิล!! ฉันคือ ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ของ USA ฉันกำลังจะไปแตะผ่าหมากคุณแล้ว
บราซิล คือดินแดนแห่งสาวสวย หาดทรายขาว และวัฒนธรรมเปิดกว้างเป็นมิตร แต่ถ้าคุณทำมือโอเคแก่ชาวบราซิลละก็ จากมิตรจะกลายเป็นศัตรูทันใด!!
ในบราซิลการทำมือ โอเคหรือตกลงนั้นไม่ควรนำมาใช้อย่างยิ่งเพราะการทำมือ "ตกลง" เป็นการแสดงอากัปกิริยาเทียบเท่าได้กับ"ฟักยู" ในอเมริกา(โชว์นิ้วกลาง)
เราไม่รู้ว่าประวัติของการห้ามทำสัญญามือของบราซิลนี้มีที่มาอย่างไร แต่มันก็เคยเกือบเป็นปัญหาประเทศมาแล้วเมื่อ ปี 50 นิกสันมายืนอเมริกาและในขณะก้าวจากเครื่องบิน ฝูงชนรัวกล้องถ่ายรูปประชิดตัว และขณะนิกสันกำลังก้าวไปขึ้นรถนั้นเอง เขาก็ทำมือโอเคทักทายต่อหน้ากล้องและประธานาธิบดีคนแรกของบราซิล แน่นอนคนบราซิลก็นึกว่านิกสันจะเตะผ่าหมากคนทั้งบราซิล
สรุปก็คือการมาเยือนของนิกสันในบราซิลครั้งนี้ก็คือการถูกต้อนรับด้วยปัสสาวะ,อึ ที่กระหนำปาใส่รถลีมูซีนที่ท่านนั่งอยู่ตลอดสองข้างทาง.......
อันดับ 2 ห้ามให้ของขวัญด้วยมือซ้ายข้างเดี่ยวในบางประเทศ ( Give a Gift With Your Left Hand, Pretty Much Anywhere)
สากล: ฉันมาแสดงความยินดีกับงานแต่งลูกสาวของคุณ เธอสวยมาก ฉันขอมอบของขวัญให้แก่ลูกสาวของคุณ เพราะฉันรักคุณ (ส่งด้วยมือซ้าย)
บางประเทศ: (อีกฝ่ายคิด)ฉันมาแสดงความยินดีกับงานแต่งลูกสาวของคุณ เธอไร้ค่ามาก เหมือนอาเจียนของสุนัขที่ฉันไปเจอมา ฉันขอมอบของขวัญนี้ให้ เพราะฉันเกลียดคุณ(ว่ะ)
ในบางประเทศถือได้ว่ามือซ้ายเป็นมือที่สกปรก โสโครก เพราะเรามักใช้มือซ้ายจับได้สิ่งที่ไม่ดีหลายอย่าง เช่นเรามักใช่มือซ้ายในการชำระล้างสิ่งปฏิกูลเวลาเข้าส้วม(สำหรับคนถนัดขวานะ,ลูบหน้า,นอกจากนั้นในบางวัฒนธรรมในบางประเทศเชื่อว่าคนถนัดซ้ายคือสมุนของซาตาน ส่วนคนถนัดขวาคือมนุษย์ ซึ่งในหลายประเทศที่ห้ามส่งของขวัญด้วยมือซ้ายก็มี อินเดีย,แอฟริกา, ศรีลังกา,ประเทศตะวันออกกลาง
พูดถึงการให้ของขวัญแก่คนต่างประเทศนี้ก็มีข้อความรู้อีกเยอะ เช่น อย่าใช้กระดาษขาวมาห่อของขวัญแก่คนจีน, อย่าให้ดอกไม้สีขาวแก่ชาวบังคลาเทศ ซึ่งมันอาจเป็นมารยาทเล็กๆ ที่คุณอาจต้องรู้ไว้เวลาจะถูกมิตรกับคนต่างชาติ เพราะคนต่างชาติไม่มองคุณเป็นคนขี่ม้าที่สี่ของบันทึกทางศาสนาของยิวแน่นอน(กษัตริย์ทั้งสี่ในศาสนาคริสต์ที่มอบของขวัญแก่พระเยซูคริสต์ในช่วงประสูติ)

อันดับ 3 ห้ามให้ดอกไม้เลขคู่ในรัสเซีย (Give an Even Number of Flowers in Russia) สากล: "ฉันชอบเสน่ห์ของเธอเหลือเกิน มันเลยขอมอบดอกไม้ให้แทนความรู้สึกของเรา
รัสเซีย: "ตาย! ตาย! ตาย! อ๊าคคคคคคคคคคคค"
ในรัสเซียดอกไม้จำนวนเลขคู่นั้นใช้ในงานศพเท่านั้นนะครับ และแน่นอนเกิดขึ้นเอาดอกไม้จำนวนคู่เป็นของขวัญให้คนรัสเซียละก็มีหวังได้เห็นหมัดแน่นอน เพราะมันเหมือนกับเราแช่งให้เขาตายเร็วๆ เวลาจะให้ดอกไม้แก่คนรัสเซียควรให้ดอกไม้เลขคี่ดีกว่าและคนรัสเซียก็ไม่ให้ความสำคัญแก่สีของดอกไม้มากนัก
พูดถึงรัสเซีย รัสเซียนี้มีประวัติวัฒนธรรมประเพณีที่ยาวนาน ถ้าเราศึกษาดีๆ จะพบข้อที่ห้ามทำนรัสเซียอยู่เยอะ เช่น ไม่ควรจับมือหรือหอมแก้มทักทายที่ประตูทางเข้าบ้าน,ห้ามปฏิเสธการดื่มอวยพร,เวลาไปเยี่ยมต้องเอาของที่ระลึกเป็นให้เจ้าภาพด้วย เป็นต้น

อันดับ 4 ห้ามจับมือทักทายเพศตรงข้ามในซาอุดิอาระเบียต่อหน้าคนอื่น (Say "Hi" to a Member of the Opposite Sex in Saudi Arabia)
สากล: "สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก"
ซาอุฯ: "สวัสดี ตอนนี้คุณมีความผิดฐานร่วมประเวณีผิดศิลธรรมของประเทศเราแล้วละ ชื่อของคุณจะอยู่แฟ้มประวัติอาชญากรรมแน่นอน"
ซาอุดิอาระเบียมี กฎหมายที่เคร่งศาสนาเพื่อป้องกันการผิดศีลธรรมต่างๆ นาๆ คุณอาจเห็นกฎหมายห้ามชายและหญิงมีชู้, ผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว(มันก็ดีนี้น่า) แต่ถ้าใครละเมิดอาจจะได้รับบทลงโทษที่แสนรุนแรงตามมาแน่นอน หนึ่งในนั้นก็มีกฎหมายห้ามผู้หญิง(รวมถึงผู้หญิงต่างชาติ)จับมือทักทายผู้ชายต่อหน้าสาธารณชนหรือสมาคม และผู้ชายใดๆ ที่ไม่ใช้สามีของเธอโดยปราศจากผู้ที่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งเคยมีตัวอย่างมาแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2008 ผู้หญิงสหรัฐคนหนึ่งที่ติดต่องานโดยสนทนาและจับมือกับผู้ชายในStarbucks และถูกการจับกุมและถึงขั้นขึ้นศาล

อันดับ 5 ห้ามกินอาหารเหลือและเล่นกับอาหารในไทย/ฟิลิปปินส์/จีน (Finish Your Meal In Thailand / The Philippines / China)

สากล:นี้เป็นอาหารอร่อย แต่ตอนนี้กระเพาะฉันจุไม่ได้แล้วค่ะ ขออภัยด้วยที่กินเหลือ
เอเชีย: มองด้วยสายตาไม่พอใจ......
เจ้าภาพ-เจ้าของบ้าน(ของประเทศทั้งสาม)นั้นให้ความสำคัญกับแขกเวลามาบ้านคุณ พวกเขาจะจัดทำอาหารอย่างดีที่สุด โดยเลือกวัตถุดิบดีๆที่สุด อย่างไรก็ตามราคาวัตถุดิบในการทำอาหารในประเทศนั้นค่อนข้างแพงสำหรับเจ้าของบ้าน โดยราคาอาหารเลี้ยงแขกจานหนึ่งมันพอๆ กับเงินเดือนพวกเขาเหลายเดือนเลยแหละ นอกจากนี้ถ้าเราดูประวัติศาสตร์ก็จะเห็นว่าประเทศเคยมีประวัติศาสตร์ข้าวยากหมากแพงเกือบทั้งสิ้น ทำให้มีวัฒนธรรมการไม่ดูถูกอาหาร อย่ากินทิ้งกินขว้าง(อย่างไทยเราเคารพข้าว) ดังนั้นเวลาเวลาที่คุณกินอาหารเหลือเจ้าภาพบ้านนั้นอาจมองคุณในด้านลบและเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ขุ่นเคืองจิตใจอย่างยิ่ง

อันดับ 6 ห้ามยกนิ้วโป้งที่ประเทศตะวันออกกลาง (Give the Thumbs-Up In The Middle East)



สากล: "กู๊ด มันยอดเยี่ยม"
ตะวันออกกลาง: "เดี๋ยวฉันจะเอานิ้วโป้งนายยัดรูตูดเอ็ง"
มันไม่เหมาะอย่างยิ่งที่ยกหัวนิ้วโป้งในตะวันออกกลางนี้ แม้ว่ายกนิ้วโป้งจะเป็นการแสดงอากิริยาสากลก็เถอะ เราไม่รู้ที่มาการห้ามนี้มาจากที่ใด แต่สัญลักษณ์การยกนิ้วหัวแม่มือนั้นเป็นสัญญาณที่เคยมากว่าพันปีมาแล้วในสมัยโรมัน การต่อสู้ในสังเวียนเลือด(โคโลเซียมหรือเวทีประลอง) พวกนักต่อสู้(ซึ่งเป็นทาส คนผิวดำ ยิว)ที่แพ้ในเวทีจะถูกตัดสินโดยเจ้าภาพว่าจะอยู่หรือตาย โดยถ้าเจ้าภาพจะทำมือเอานิ้วหัวแม่มือขึ้น-ลง ถ้ายกนิ้วโป้งขึ้นจะรอด แต่ถ้ายกหัวนิ้วมือลงนักสู้คนนั้นจะโดนฆ่า และแหล่งกำเนิดนี้ถูกนำไปเผยแพร่รอบๆ อาณานิคมของโรมในที่สุด ซึ่งมันก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นจริงความหมายดั้งเดิมของมันคงจะเป็น "อย่าฆ่านักโทษนะเว้ย เพราะตรูเป็นเจ้าชีวิตของพวกมัน"
อันดับ 7 ห้ามแบมือต่อหน้าชาวกรีก (Extend Your Hand, Palm Outward in Greece)

สากล:พอแล้วครับอิ่มแล้วครับ (เป็นภาษากายประมาณว่าผมไม่เอา)
กรีก: "นี่นายว่าหน้าฉันมีอุจจาระเรอะ!!"
ในประเทศกรีกการแสดงอากัปกิริยาโดยทำแผ่ฝ่ามือแบบนี้ต่อหน้าชาวกรีกนั้น ถือว่าเป็นการดูถูกพวกเขาครับ มันที่มาคือ ในสมัยอาณาจักรไบเวนไทน์ Byzantine เมื่อใดที่อาชญากรทำผิดอาญาเขาจะจับคนนั้นขังบนกรงและแห่เป็นขบวนพาเหรดบนหลังม้าตามท้องถนน และก็ทำมือแบบนี้ ซึ่งแน่นอนประชาชนที่เข้ามาดูก็สาปแช่งด่าทอ บางคนก็เอาหิน,ผักเน่าปาและบางคนร้ายกว่านั้นคือขว้างอุจจาระมาใส่หน้าเลย(อี๊.....) ถือว่าอับอายมากๆ ดังนั้นเวลาชาวกรีกเห็นคุณทำมือแบบนี้ละก็ ชาวกรีกจะนึกว่าคุณกำลังดูถูกพวกเขาอย่างมากๆ เพราะคุณเปรียบพวกเขาเหมือนนักโทษที่น่าอับอายนี้เอง


7 Innocent Gestures That Can Get You Killed Overseas!!!!







วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

10 อันดับเมืองน่าอยู่ ของเอเชีย


อันดับ 1 สิงคโปร์
อันดับ 2 เมืองโกเบของญี่ปุ่น
อันดับ 3 เมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น
อันดับ 4 กรุงโตเกียว เมืองหลวงญี่ปุ่น
อันดับ 5 เขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน
อันดับ 6 กรุงไทเป เมืองหลวงไต้หวัน
อันดับ 7 เขตปกครองพิเศษมาเก๊าของจีน
อันดับ 8 กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซีย (ปีที่แล้วอันดับ 9)
อันดับ 9 กรุงเทพฯ (ปีที่แล้วอันดับ 8)
อันดับ 10 เมืองจอร์จทาวน์ บนเกาะปีนังของมาเลเซีย
อันดับ 11 นครเซี่ยงไฮ้ของจีน
อันดับ 12 กรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้


เห็นด้วยไหม!!!

อาชีพน่าสน ของคนรุ่นใหม่

เพราะเดี๋ยวนี้มีอาชีพการงานผุดขึ้นมาใหม่ๆ เป็นดอกเห็ด (และแม้แต่เก็บดอกเห็ดก็เป็นงานน่าสนนะ) แถมคนที่กำลังเมียงมองหางานทำก็มีอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเพิ่งจบการศึกษามาหมาดๆ หรือโชคร้ายถูกปลดจนต้องหางานใหม่ รวมทั้งคนที่อยากเปลี่ยนงานไปทำอะไรใหม่ๆซะมั่ง ดังนั้น จึงอยากเล่าถึงอาชีพที่ผู้คนในยุคนี้อยากไขว่คว้าหามาทำกันจัง เพราะบางงานก็เท่ดี บางงานก็ทำให้เรียนรู้ อะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้น แถมบางครั้งยังได้เรียนรู้ ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้งกว่าที่เคยรู้มาซะอีก จึงมีสิทธิต่อยอดไปทำธุรกิจส่วนตัวก็เยอะแยะไป งั้น อาชีพอะไรน้อ ที่ฮิตระเบิดในหมู่วัยรุ่น พ.ศ.นี้? แท่น แท้น ได้แก่....

1. อาชีพรับชิมไอศกรีม ไงล่ะ

อู้ หู อาชีพนี้เปิดโอกาสให้คนทำงานอยู่ท่าม กลางความหวานจ๋อย, เย็นเจี๊ยบ และเอร็ดอร่อยกับไอศกรีมหลากหลายรสชาติ--น่าอิจฉานะเนี่ย แล้วใครจะไม่ชอบมั่งอ่ะ แต่การทำงานเทสต์รสชาติของไอศกรีมในบริษัทที่ผลิตอาหารชนิดนี้ป้อนสู่ ตลาดน่ะ อาจทำให้คุณอ้วนขึ้นมาได้นะ เพราะต้องชิมบ่อยๆ ชิมหลายๆรส ใช่มะ แต่ขณะเดียวกันคุณก็ได้สนุกและเหมือนได้เล่นเกมกับรสชาติของไอศกรีมเหล่านี้ ไปด้วย นั่นแหละ อ้ออย่าลืม ต้องมี “ลิ้น” รับรสที่ยอดเยี่ยมที่จะแยกรสชาติต่างๆของไอศกรีมให้ได้ด้วยนะ

2. ตากล้อง/ช่างภาพ

โอ้ ยโหยว อาชีพนี้มีคนอยากจับจองนานแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีของกล้องถ่ายรูป, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยจนช่วยให้การถ่ายภาพสะดวกขึ้นกว่าเดิมด้วย แล้ว ก็ยิ่งมีหนุ่มสาวอยากโดดมาทำงานนี้กันตรึม แต่ถ้าอยากทำเป็นอาชีพจริงๆก็ควรเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าเป็นเรื่องอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้, การจัดแสงและเงา, อารมณ์ของนางหรือนายแบบก่อนกดชัตเตอร์ ฯลฯ แต่ช่างภาพก็มีการแบ่งออกไปตามความถนัด เช่น ถนัดถ่ายแฟชั่น หรือถ่ายภาพกีฬา หรือเผื่ออยากเปิดร้านถ่ายรูปเองก็ยังได้ ถือเป็นช่องทางทำกินที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะถ้ามองว่าสนุกก็สนุก แถมบางรายได้ทำงานฉายเดี่ยวอีกต่างหาก

3. ที่ปรึกษาด้านการสร้างภาพพจน์ของคนดังๆ ดารานักร้องหรือเศรษฐีมีตังค์งี้

อาชีพ นี้เป็นงานยอดฮิตในต่างประเทศ ขอบอก เพราะบางทีคนดังๆหรือคนรวยๆซึ่งเป็นที่จับจ้องของสังคมดั๊นไปทำอะไรผิดขึ้น มา เช่น ไปเที่ยวผับ เที่ยวบาร์ แล้วถูกตำรวจจับตรวจสารเสพติดงี้ ไม่ว่าเสพจริง ไม่จริง ชื่อเสียงอาจติดลบแล้ว ใช่มะ ดังนั้น ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ก็จะมากู้เครดิตของพวกเขาคืนให้ไงล่ะ งานนี้มักได้เงินดี ถ้าแก้ไขเรื่องเฉพาะหน้าให้คนเด่นคนดังได้สำเร็จก็ได้เงินดีนะ

4. นักเขียนบทความท่องเที่ยว

วัยรุ่นฟังแล้วตาโตเลยดิ่ เพราะการท่องเที่ยวน่ะเป็นความใฝ่ฝันของทุกคนนี่หว่า หากคุณได้รับมอบหมายให้ทำงาน นี้ล่ะก็ โอ้ลันล้า...นอกจากได้เที่ยวแล้วยังได้ความรู้รอบตัวเพียบ แถมเผลอๆอาจได้แฟนต่างชาติด้วยอีก...โอ้จอร์จ มันยอดมากจริงๆ.

เป็นไงบ้างคะ แล้วเพื่อนๆ มีอาชีพอะไร เป็นอาชีพในฝันกันบ้างเอ่ย?

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

knowledge

ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก!
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นชาติที่มีอายุขัยยืนยาวมากที่สุดในโลก ซึ่งนี่ถือเป็นการครองแชมป์มากกว่า 20 ปีแล้ว โดยมีอายุเฉลี่ยเกิน 100 ปี มากกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว และเมื่อแยกย่อยลงไปในรายละเอียดต่างๆ จะพบว่าสุขภาพร่างกายของคนญี่ปุ่นมีคอเลสเตอรอลต่ำไม่ค่อยเป็นโรคอ้วนกับโรคหัวใจ

นี่เองที่ทำให้ใครต่อใครต่างอยากรู้คล็ดลับว่าทำไม “คนญี่ปุ่นถึงมีสุขภาพที่ดีได้ กระทั่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารญี่ปุ่นชาวอังกฤษคนหนึ่ง ได้มีการทำสำรวจเกี่ยวกับอายุขัยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเทียบวิเคราะห์ถึงเหตุผลและปัจจัยอันเกี่ยวกับอายุขัยที่ยืนยาวของคนญี่ปุ่นว่า


...เพราะอะไรคนญี่ปุ่นถึงมีคอเลสเตอรอลต่ำ?

…เพราะอะไรคนญี่ปุ่นถึงมีอัตราการตายจากโรคหัวใจต่ำ?

…และเพราะอะไรสุขภาพของคนญี่ปุ่นถึงเป็นแบบนี้ได้?


กระทั่งพบ “ความลับ” ว่า “อาหารญี่ปุ่น” คือตัวช่วยเสริมสุขภาพคนญี่ปุ่นให้ไม่มีปัญหาจากโรคภัยที่กล่าวมาได้ทั้งหมด อาหารที่ว่า เช่น ปลาดิบ - ซุปมิโซะ – เต้าหู้ – สาหร่ายคอมบุ (จากน้ำอุ่น) สาหร่ายโนริ (จากน้ำเย็น) เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ ปราศจากไขมันอิ่มตัว มีไอโอดีนและแร่ธาตุสูงมาก อีกทั้งยังมีอนุมูลเล็กๆ ที่ช่วยเสริมสุขภาพให้ดี ช่วยให้อาหารอร่อยยิ่งขึ้นด้วย

และเมื่อเจาะจงข้อมูลลงไปในพื้นที่ประเทศญี่ปุ่น ยังมีสิ่งที่น่าสนใจนั่นคือ พบว่า คนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะโอกินาวามาอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจน้อยกว่าส่วนอื่นในพื้นที่ของประเทศญี่ป่นและประเทศอื่นๆ ทั้วโลก

นั่นเพราะชาวโอกานาวามีการบริโภคน้ำตาล 25% เกลือ 20% และรับประทานผักเป็น 3 เท่า รับประทานปลามากกว่าเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งมีโอเมก้า 3 ที่สำคัญต่อโครงสร้างการทำงานของสมอง เสริมสร้างระบบประสาท ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรเอธิลกลีเซอรอลในพลาสมา ควบคุมระดับไลโปโปรตีน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหน้าองค์ประกอบของเกล็ดเลือด ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจ โรคไขมันในเส้นเลือดและโรคหัวใจ ทั้งยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ ยังยับยั้งเซลล์มะเร็ง และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย

"อาหารทะเล" จึงเป็นเสมือนยาอายุวัฒนะหรืออาหารวัคซีน ที่ช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆ ซึ่งทำให้ชาวโอกานาวามีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วิธีประหยัดค่าโทรแบบน่ารักๆ


ถ้าคุณเป็นแฟน คนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆ แต่คุณก็คิดถึงเขา

อยากจะบอกเขา จึงต้องใช้วิธีโทรหาเขาตลอด หรือให้เขาโทรมาบอกบ้าง จนเป็นกิจวัตรประจำวันว่าคิดถึงเหมือนกัน ซึ่งนั่นหมายถึงค่าโทรศัพท์ที่เกิดขึ้น จึงขอแนะนำวิธีการลดค่าโทรศัพท์สำหรับกรณีนี้ โดยเฉพาะดังนี้

1. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของแฟน ในมือถือเครื่องของคุณโดย SaveName ว่า 'คิดถึงเหมือนกัน' แทนชื่อแฟนของคุณ

2. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของคุณ ในมือถือของแฟนโดย SaveName ว่า 'คิดถึงนะ' แทนชื่อของคุณ

3. เมื่อถึงเวลาที่จะต้องโทรหากัน คุณก็โทรหาแฟนสัก 1 - 2 ตู๊ดแล้ววางสาย ที่เครื่องของแฟนก็จะ Show Miss Call เมื่อListดูก็จะพบข้อความว่า 'คิดถึงนะ'

4. เช่นเดียวกัน เมื่อแฟนต้องการจะตอบว่า คิดถึงเหมือนกันก็ให้โทรหาคุณ แล้ววางสายShow Miss Callเมื่อList ดู คุณก็จะพบข้อความว่า 'คิดถึงเหมือนกัน '
เท่านี้คุณสามารถก็ประหยัดค่าโทรไปได้อย่างน้อยก็วันละ 6 บาท เก็บเงินไว้พาแฟนไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนดีกว่า
น่ารักดีเนอะ !!!!!!

Museums and Theaters


The Seoul Arts Center, located in southern Seoul, was Korea's first multi-disciplinary art and cultural center. The Center, covering a total land area of over 234,385 square meters and a total floor space of 120,951 square meters, opened in three stages from 1988 to 1993.


With its beautiful architecture, the Opera House has three separate theaters. The Opera Theater, with 2,278 seats, is equipped to host grand operas, ballets and more. Towol Theater, which can seat 669, is a medium-sized theater for plays, smaller-scale operas and modern dance. The Jayu Theater, which can accommodate a maximum of 350 people, is for experimental and avant-garde performances.

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คฤหาสน์ที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุด

วิลล่า เลโอโปลดา” (Villa Leopolda) คฤหาสน์หลังงามบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในย่านวิลฟร็องช์-ซูร์ค-แมร์ (Villefranche-sur-Mer) ได้รับการบันทึกว่าเป็นบ้านหลังที่มีราคาซื้อขายแพงที่สุดในโลก…



คฤหาสน์ Updown Court Windlesham , Surrey , UKคฤหาสน์หลังนี้ จัดให้เป็นบ้านที่แพงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่า 138 ล้านดอลล์ หรือราว 4,500 ล้านบาท โดยนิตยสาร Forbes นอกจากห้องนอนและห้องต่างๆแล้ว ยังมีห้องดูหนัง ขนาดความจุ 50 ที่นั่ง และถนนที่ปูด้วยหินอ่อน ทั้งหมด



คฤหาสน์ TranquilityLake Tahoe, Nevada, USAเท่าที่ผ่านสายตามา ผมชอบบ้านหลังนี้ที่สุด ทั้งรูปร่างและก็ชื่อมันด้วย บ้านอยู่ริมทะเลสาบทาโฮ ไม่ใหญ่มาก ดูดีมีสไตล์ และมีที่ดินกว้างขวางกว่า 210 เอเคอร์ เจ้าของคือนาย Joel Horowitz ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Tommy Hilfiger แต่แกบอกขายบ้านหลังนี้เสียแล้ว ด้วยราคา 100 ล้านดอลล์ หรือกว่า 3,200 ล้านบาทเลย


น่าอยู่จัง~
PS. I will happy if you near I will cheer if you run I wil fun if you share I will care if you sad I will mad if you cry I will die if you go ไม่เคยต้องการอะไร นอกจากการที่ได้มั่นใจว่าเธอรักฉัน...
เกี่ยวไหมเนี่ย!!!