วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

English in daily Life: Informal Contractions



Informal contractions are short forms of other words that people use when speaking casually. They are not exactly slang, but they are a little like slang. For example, "gonna" is a short form of "going to". If you say "going to" very fast, without carefully pronouncing each word, it can sound like "gonna"

คำย่ออย่างไม่เป็นทางการคือ รูปแบบที่สั้นขึ้นของคำต่างๆที่ผู้คนใช้ในการสื่อสารอย่างไม่เป็นทางการในชีวิตประจำวัน คำย่อเหล่านี้ไม่จัดว่าเป็นสแลงแต่ทำหน้าที่คล้ายสแลง คือ เป็นคำย่อหรือสำนวนที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่มแต่ไม่ได้รับการยอมรับว่าถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ดังนั้นอย่านำไปใช้ในข้อสอบเขียนนะคะ เพราะถึงแม้ว่าผู้ตรวจจะเข้าใจแต่จะไม่เป็นที่ยอมรับในภาษาเขียนค่ะ แต่มีการใช้กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มของเจ้าของภาษาเอง ดังนั้น วันนี้เราจึงนำคำย่อที่ไม่เป็นทางการเหล่านี้มาฝากกันนะคะ เช่นคำว่า ‘gonna’ เป็นคำย่อของ ‘going to’ ถ้าคุณพูดคำว่า ‘going to’ หลายๆครั้งซ้ำกันอย่างรวดเร็ว เสียงของคุณก็จะเพี้ยนจาก โกอิ้ง ทู เป็น กอนนา ค่ะ

We normally use them only when speaking fast and casually, for example with friends. Some people never use them, even in informal speech. It is probably true to say that informal contractions are more common in American English.

อย่าลืมว่าคำย่อเหล่านี้สามารถใช้ได้ในภาษาพูดในกลุ่มของบุคคลที่อาจจะสนิทกันในระดับหนึ่ง เช่น เพื่อนหรือครอบครัวค่ะ และคำย่อเหล่านี้ได้รับความนิยมมากว่าในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่าภาษาอังกฤษแบบบริติชค่ะ คำย่อเหล่านี้สามารถพบได้ง่ายมากในเพลง และภาพยนตร์ภาษาอังกฤษค่ะ

For Example:

  • ain't = am not/are not/is not
    I ain't sure.
    (I am not sure.)
    ฉันไม่มั่นใจ

  • ain't = has not/have not
    She ain't finished yet.
    (She has not finished it.)
    เธอยังทำไม่เสร็จ
  • gimme = give me
    Gimme your money.
    (Give me your money.)

    ส่งเงินเธอมาให้ฉันนะ
  • gonna = going to
    Nothing's gonna change my love for you.
    (Nothing is going to change my love for you.)
    ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนความรักที่ผมมีต่อคุณได้
  • gotta = (have) got to
    I gotta go now.
    (I got to go now.)
    ฉันต้องไปแล้วล่ะ
  • kinda = kind of
    She's kinda cute.
    (She is kind of cute.)
    เธอค่อนข้างน่ารัก
  • lemme = let me
    Lemme go!
    (Let me go!)
    ปล่อยฉันไปนะ
  • wanna = want to
    I wanna go home.
    (I want to go home.)
    ฉันอยากกลับบ้าน
  • wanna = want a
    I wanna coffee.
    (I want a coffee.)
    ฉันต้องการกาแฟ
  • whatcha = what are you/ what have you
    Whatcha going to do?
    (What are you going to do?)

    คุณกำลังจะทำอะไรน่ะ


20ข้อวิทยาศาสตร์น่ารู้

1. เส้นเลือดในร่างกายมนุษย์มีความยาวรวม 62,000 ไมล์ ถ้านำมันมาเรียงต่อกันเป็นทางยาวจะได้ความยาว ถึง 2.5 เท่าของเส้นรอบวงโลก

2. The Great Barrier Reef (แนวปะการังที่ยาวทีสุดในโลกบริเวณออสเตรเลีย) เป็นโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความยาวกว่า 2000 กิโลเมตร

3. โอกาสที่โลกจะถูกโจมตีด้วยอุกาบาตขนาดใหญ่ อยู่ที่ 9300 ปีต่อครั้ง

4. ดาวนิวตรอนขนาดเท่าหัวแม่มือมีน้ำหนักกว่า 100 ล้านตัน

5. พายุเฮอริเคนหนึ่งลูกผลิตพลังงานเท่ากับระเบิดขนาด 1 เมกะตันจำนวน 8000 ลูก

6. คาดว่ามีพยาธิปากขอ ซื่งดูดเลือดเป็นอาหารอยู่ในร่างกายมนุษย์โลกเรา 700 ล้านคน

7. Fred Rompelberg คือผู้ขี่จักรยานด้วยความเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็ว 166.94 ไมล์ต่อชั่วโมง

8. มนุษย์เราสามารถคิดค้นแสงเลเซอร์ที่มีความสว่างกว่าแสงอาทิตย์ 1 ล้านเท่า

9. 65% ของผู้ป่วยออทิสติคส์ เป็นคนถนัดซ้าย

10. Finnish pine tree (ต้นสนชนิดหนึ่งในฟินแลนด์) มีความยาวของรากแต่ละต้นรวมแล้วกว่า 30 ไมล์

11. จำนวนเกลือที่อยู่ในน้ำทะเลทั่วโลกเรา สามารถปกคลุมพื้นผิวทวีปทั่วโลกได้หนากว่า 500 ฟุต

12. กลุ่มแก๊สระหว่างหมู่ดาวในราศีธนู มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์นับหมื่นล้านล้านลิตร

13. หมีขั้วโลกสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25 ไมล์ต่อชัวโมง และกระโดดได้สูงกว่า 6 ฟุต

14. มนุษย์และปลาโลมาสืบสายพันธ์เดียวกันมาตั้งแต่ 60 - 65 ล้านปีก่อน

15. กล้อง infared จับภาพหมีขั้วโลกได้ยากมาก เนื่องจากคุณสมบัติของขนของมัน

16. เฉลี่ยแล้วในหนึ่งปี คนเราจะกินสัตว์จำพวกเห็บลิ้นไร โดยไม่ได้ตั้งใจไป 430 ตัวต่อคนต่อปี

17. รากของต้น Rye(ข้าวชนิดหนึ่งใช้หมักสุรา) สามารถแผ่ขยายไปได้ถึง 400 ไมล์

18. อุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวพุธสูงกว่า 430 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน แต่ลดลงต่ำกว่า ติดลบ 180 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

19. ภายใน 24 ชั่วโมง ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ขับน้ำ(ในรูปของไอน้ำ)ออกมา 10 - 25 แกลลอน

20. ผีเสื้อรับรู้รสด้วยขาหลังของมัน โดยประสาทการรับรู้ทำงานโดยการสัมผัส ทำให้มันรู้ว่าใบไม้และดอกไม้ที่มันสัมผัส มีรสชาติอย่างไรและกินได้หรือไม่

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปัญหาโลกแตก ฟันธง! "ไก่เกิดก่อนไข่!" แน่นอน

เป็นปัญหาโลกแตกมานานว่าตกลงไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ที่ไม่น่าเชื่อคือวิทยาศาสตร์ปัจจุบันหาคำตอบให้เรื่องนี้ได้แล้ว!

ไก่เกิดก่อนไข่

ดร.โคลิน ฟรีแมน นักวิจัยจากมหาวิทยา ลัยเชฟฟิลด์ ภาควิชาวัสดุทางวิศวกรรมศาสตร์ ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ขยายภาพโครงสร้างของ เปลือกไข่ พร้อมทำตารางวิเคราะห์วิวัฒนาการและนำไปหาปัจจัยการพัฒนา พบว่า มีเพียงโปรตีนโอซี-สิบเจ็ด (OC-17) ที่อยู่ในมดลูกของแม่ไก่ที่เร่งเปลือกไข่ให้พัฒนาตัวเองหนาขึ้น หากไม่มีโปรตีนชนิดนี้แล้วเปลือกไข่จะบางเฉียบและไม่สามารถรักษาตัวอ่อนของลูกเจี๊ยบภายในไว้ได้

นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่า ไม่มีทางที่ลูกเจี๊ยบตัวใดจะเกิดขึ้นได้หากไม่อาศัยอยู่ในท้องแม่ไก่มาก่อน

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ภาษาจีนกลางวันละคำ : รวมคำทักทายเบื้องต้น

ผลวิจัยระบุ อีก 10 ปีข้างหน้า ชนชั้นกลางจีนเพิ่มเป็น 700 ล้านคน

คนชั้นกลางในจีนนั้น หมายถึง ผู้ที่มีระดับรายได้ประมาณ 3,000-12,000 หยวนต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ร้อยละ 23 ของประชากรในประเทศ ส่วนใหญ่เติบโตมาจากชนชั้นล่าง อันเป็นผลจากการพัฒนามาตรฐานการครองชีพและเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจังตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าคนกลุ่มนี้จะเพิ่มเป็น 700 ล้านคน (ประชากรราวครึ่งหนึ่งของประเทศ)ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า (ภาพเอเยนซี)
เอเยนซี-บริษัทวิจัยยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นนัล เผยรายงานผลวิจัยระบุ ว่าปี 2563 หรืออีกสิบปีข้างหน้า จีนจะมีประชาชนระดับชนชั้นกลาง มากเป็น 700 ล้านคน โดยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 80,000-120,000 หยวน ต่อปี

ทั้งนี้ ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ประชาชนจีนจำนวนมากได้เขยิบฐานะอยู่ในระดับชนชั้นกลาง ตัวเลขจากสื่อมวลชนจีนพบว่า ปัจจุบัน จีนมีชนชั้นกลางประมาณร้อยละ 23% และสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงปี 2563 ซึ่งเทียบได้ว่าชาวจีนเกือบ ร้อยละ 50 จะเป็นชนชั้นกลาง ในเวลานั้นซึ่งคาดการณ์ว่าจีนจะมีประชากรทั้งประเทศ 1,450 ล้านคน

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คำแนะนำ สำหรับการระวังตัว ใน Facebook, Twitter

แม้พลเมืองไซเบอร์จะพยายามใช้ความระมัดระวังสูงสุดยามท่องเว็บสังคมออนไลน์ แต่กระนั้นปัญหาการ "ขโมยสถานะ" (Identity Theft) เพื่อนำไปประกอบอาชญากรรม หรือนำไปทำลายล้างกัน ก็ยังไม่น่าจะหมดสิ้นไปง่ายๆ


ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำเตือนหลากหลายในอินเตอร์เน็ต เตือนให้ผู้ใช้อย่าหลงกลตกเป็นเหยื่อคนประสงค์ร้ายเหล่านี้

อาทิ ในกรณีเว็บดังเฟซบุ๊ก (Facebook.com) กลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่เข้าไปข้องแวะ คือ

1. พวกที่มีรูปในเว็บของตนเองเพียงรูปเดียว หรือไม่กี่รูป และมีขนาดเล็ก

2. ถึงจะมีรูปเยอะ แต่ไม่เคยใส่รูปตัวเอง

3. ถ้าอ้างว่าเคยเป็นเพื่อนเก่า ควรบอกรายละเอียดเก่าๆ สมัยเรียนได้เช่นกัน

4. บุคคลที่เข้ามาติดต่อ กล้าบอกหมายเลขโทรศัพท์ หรืออีเมล์ ให้นำไปตรวจสอบหรือไม่

เมื่อเจอคนกลุ่มนี้สัญนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่น่าไว้ใจ และไม่ควรรับ "แอด" เป็นเพื่อน

ส่วนในกรณีเว็บไซต์ทวิตเตอร์ (Twitter.com) มีคำแนะนำเบื้องต้น ว่า

1. ถ้าเป็นทวิตเตอร์จำพวกโฆษณาขยะ หรือคนแปลกหน้าที่เข้ามามองหาเหยื่อ จะเขียนข้อความแปลกๆ หรือบางครั้งฟังดูดีเกินความเป็นจริง

2. "ลิงก์" ในหน้าทวิตเตอร์ของผู้ประสงค์ร้ายจะมีจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อล่อหลอกให้เหยื่อคลิ๊กเข้าไปยังเว็บเป้าหมายนั่นเอง

3. ถ้าไม่มั่นใจว่า ทวิตเตอร์ที่เข้ามาติดตามเราเขียนโดย "เจ้าของตัวจริง" หรือไม่ ให้ยกเลิกการติดตามไปก่อน

ถ้าบุคคลที่ถูกยกเลิกไป มีความประสงค์อยากติดต่อเราจริงๆ จะต้องไปหาวิธีการอื่นๆ มาแจ้งให้ทราบในที่สุด

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ที่เราไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่)

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ที่เราไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่

หลายคนคงเบื่อพีระมิด หรือกำแพงเมืองจีนที่ไม่รู้มันจะออกสารคดีบ่อยๆ อะไรนักอะไรหนา เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาไปดูสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่คนรู้จักกันด้วยและมีไม่กี่คนที่ได้เห็น มันอาจไม่มีชื่อเสียงเท่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่มันก็ช่างเหลือเชื่อ และสวยงาม จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของมนุษย์

เรียงจาก 10-1

10. Banaue Rice Terraces

บันไดข้าวที่บานาเวนั้นเป็นการเกาะสลักภูเขาทั้งลูกในการอยู่ในจังหวัดอีฟูเกา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ในการปลูกข้าว จากประวัตินั้นมันมีอายุกว่าพันปี สมัยก่อนนั้นการทำนาจะต้องใช้พื้นที่ราบ หากแต่พื้นที่ภูมิประเทศนี้เต็มไปด้วยเขาสูงมีที่ราบน้อย น้ำและเนื้อที่ในการทำการเกษตรจึงเป็นปัญหา ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน จึงได้คิดวิธีทำนาแบบขั้นบันไดขึ้นตามไหล่เขา โดยสกัดไหล่เขาให้เป็นชั้น ๆ ลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันได เพื่อช่วยเพิ่มเนื้อที่ในการเพาะปลูก เป็นการรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกชะล้างไป อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำทั้งในแง่การชลประทานโดยการเก็บกักน้ำฝน และยังช่วยป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย โดยนาข้าวที่บานาเวนั้นเป็นภูเขาสูงอยู่เหนือน้ำทะเล 5,000 ฟุต นาข้าวแต่ละแห่งมีเนื้อที่ 10,360 ตารางกิโลเมตร และในปี ค.ศ.1985 องค์การยูเนสโกได้จัดสถานที่นี้เป็นมรดกของโลก

9. Sigiriya

คีริยา เป็นเมืองใหญ่โบราณมหึมาของศรีลังกา สร้างขึ้นโดยพระเจ้ากัสสัปปะ ประมาณ ค.ศ. 470 โดยพระองค์ได้สร้างเมืองนี้ขึ้นอยากให้มันเป็นโลกศักดิ์สิทธ์ของพระองค์ เป็นสวรรค์ตนเองอยู่บนตำแหน่งสูงสุด และมันก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะมันที่ใหญ่อลังการมาก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,300,000 ตารางเมตร มีถนน มีระบบชลประทาน และสถานที่เกี่ยวกับศาสนามากมาก หนึ่งในนั้นนั่นก็คือถ้ำที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อมอบแก่พุทธสาวกได้ปฏิบัติธรรม0 แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือที่ใจกลางเมือง มีภูผาหินขนาดยักษ์ ที่เป็นที่ตั้งของพระราชวังกับป้อมปราการอันน่าเกรงขามและทิวทัศน์ตระการตาสวยงาม ฐานของป้อมที่ก่อด้วยอิฐ มีอายุมากกว่า 1,500 ปี ฮินดู และเป็นหนึ่งในมรดกโลกของศรีลังกา

8. Torun


เมืองทอรูน เป็นเมืองทางเหนือในประเทศโปแลนด์ ที่ยังคงสภาพเป็นเมืองเก่าสมันกลางไว้ได้ ที่นี้เป็นบ้านเกิดของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส( Nicolaus Copernicus)นักดาราศาสตร์ที่เสนอทฤษฏีว่าโลกเป็นจุดศูนย์กลาง โดยอายุของเมืองนี้มีมาอย่างยาวนานถึง 1,100 ปี ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานเก่าของโปแลนด์ โดดเด่นคือเป็นเมืองศูนย์กลางค้าและสถานที่เก่าแก่มากมาย และไม่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแต่อย่างใด

7. Tower of Hercules

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ประภาคารเฮอร์คิวลิส เป็นประภาคารและสถานที่ทางเข้าของ 'ลา คอรุญญา' ท่าเรือสำคัญ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน เมืองแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวโรมันมาถึงบริเวณเมืองนี้ในศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ผู้อาศัยในนิคมนี้ได้สร้างตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ไว้ และในไม่ช้าเมืองนี้ก็มีความสำคัญขึ้นในการค้าทะเล และหอหอเฮอร์คิวลิส เป็นประภาคารที่เปิดทำการต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 1,900 ปี ซึ่งในบริเวณเดียวกันมีสวนประติมากรรม หินแกะสลักจากเหล็กและสุสานมุสลิม ในยุคที่อาณาจักรโรมันยังเรืองอำนาจ ถือเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่บ่งบอกถึงประภาคารโบราณสมัยกรีก-โรมัน ซึ่งยังคงให้เห็นความสมบูรณ์แบบของรังวัดในโครงสร้างและการทำหน้าที่แต่ละ ส่วนสอดคล้องต่อเนื่อง

6. Ajanta Caves

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ถ้ำอชันตา ได้ชื่อว่าเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน ในบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงเดกกัน โดยวิธีการสร้างนั้นเป็นขุดเจาะเข้าไปในหินบาซอลต์ (แกรนิตแข็ง) โดยขุดจากหินก้อนเดียวจนเป็นวิหารขนาดใหญ่โดยใช้สิวและค้อนเท่านั้น ระยะเวลาการเจาะทั้งหมด 800 ปี เริ่มเจาะตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 3 จนกลายเป็นถ้ำมากกว่า 30 ถ้ำ เรียงตัวต่อเนื่องกันยาวหลายร้อยเมตรบนเชิงเขาสูงวงโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว ภายในมีวิหารขนาดใหญ่ภายในเต็มไปด้วยงานแกะสลักหิน เป็นเจดีย์ เป็นพระพุทธรูป เป็นเรื่องราวต่างๆ ในพุทธประวัติและชาดกเต็มไปหมด โดยไม่ผุพังตามกาลเวลาแม้แต่น้อย โดยสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของสงฆ์เพื่ออยู่อย่างสันโดษ แต่แล้วสถานที่แห่งหนึ่งก็เริ่มหมดความสำคัญลง เมื่อพระพุทธศาสนาเสื่อม ขาดการดูแล และถูกทิ้งร้างไปในที่สุด และได้เลือนหายไปจากความทรงจำของชาวอินเดีย จนมาถูกค้นพบโดยกองทหารอังกฤษ นำโดยร้อยเอกจอห์น สมิธ เมื่อ 1819

5. Valley of Flowers


เป็นสถานที่มาท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ในรัฐ Uttaranchal ซึ่งอยู่ทางเหนือของอินเดีย ประเทศอินเดีย ที่ถูกยอมรับว่าเป็นสถานที่มีชื่อเสียง สวยงามอย่างกับสวรรค์บนดินจนถูกนำมาบรรยายในวรรณคดีมาหลายศตวรรษและปรากฏในศาสนาฮินดูมาช้านานเพราะที่นั้นมีทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์เฮ็มกุน (Hemkund Sahib)ที่พวกพราหมณ์ชอบนำน้ำในแม่น้ำนี้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาประจำ(ใครเคยดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้าอาจคุ้นๆ) อีกทั้งนักพฤษศาสตร์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะที่นั้นเต็มไปด้วยพรรณไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์ และสถานที่แห่งนี้ได้ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1982 และเป็นมรดกโลก

4. Metéora

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เมทิโอร่า ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศกรีซ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมา ด้วยความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างอยู่บนก้อนหินใหญ่สูงสง่า โดยอดีตสถานที่แห่งนึ้ถูกใช้เป็นที่พํานักของนักบวชคริสตนิกายออร์โธด็อกซ ซึ่งไดสร้างอารามไว้บนยอดเขาด้วยมีความเชื่อที่ว่า จะได้ใกล้ชิดกับสวรรค และเป็นการง่ายต่อการป้องกันศาสนาอื่นมารุกรานอีกด้วย ด้วยความโดดเด่นของการสร้างสรรค์ของศิลปะแบบไบแซนไทน์ เมทิโอร่า จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ใน ปี 1988

3.Bagan

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

พุกาม เป็นเมืองในประเทศพม่า เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกาม (1044 - 1287) เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ (Mandalay Division) อยู่ห่างประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน เนื่องจากพุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ที่สวยงามและมีคุณค่า หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ น่าเสียดายตอนนี้พุกามเป็นเมืองที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเต็มพร้อม ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่ากำลังพยายามเร่งเสนอชื่อและเตรียมความพร้อมให้เป็นมรดกโลกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งต่อไป

2. Leptis Magna

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เมืองเลปติส เมกนา ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงทริโปลีในประเทศลิเบียถูกขนาม นามว่าเป็น อาณาจักรโรมันที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดในแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันยังคงสภาพ ความรุ่งโรจน์ ด้วยเพราะอาณาจักรถูกสร้างโดยหินปูน จึงทำให้ทนต่อการเกิดแผ่นดินไหวนับครั้ง ไม่ถ้วน จุดเด่นของเมืองมิใช่เพียงแค่ความงาม เท่านั้น แต่ผังเมืองที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ไม่ว่า จะเป็นถนน, อาคารซึ่งถูกประดับตกแต่งอย่างงดงาม, โรงอาบน้ำโรมัน ซึ่งถูกวางผังไว้ในตำแหน่ง เหมาะสม, สภาประชุม, หอประชุมสำหรับขุนนาง หรือไม่ว่าจะเป็น โรงละคร หรือคอมเพล็กซ์

สำหรับการพักผ่อนเพลิดเพลินของประชาชน แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักร เล ปติส เมกนา ในช่วงเวลา ปี 111 ก่อนคริสต์กาล จนถึงช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด ปี ค.ศ. 211 โดยกษัตริย์ Septimus Severus อาณาจักรเริ่มเสื่อมสลายในช่วงศตวรรษที่ 4 และท้ายที่สุดโดนทรายแห่ง อาหรับลบเลือนไปจากโลกภายนอกปัจจุบัน อาณาจักรเลปติส เมกนา ถูกค้นพบอีกครั้งโดยนัก โบราณคดีชาวยุโรป และยังคงสภาพสมบูรณ์ไว้อย่างชัดเจน จน องค์การยูเนสโก้ประกาศเป็น มรดกโลกในปี ค.ศ.1982

1.The Library of Celsus

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ห้องสมุดเซลซุสตั้ง เมืองเอเฟซุส ประเทศตุรกี ซึ่งเมืองเอเฟซุสเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยปลายยุคโลหะ ในราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ภายใต้การปกครองของอาณาจักรลิเดีย เอเฟซุสเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุดในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และรุ่งเรืองถึงขีดสุดอีกครั้งภายใต้การปกครองของโรมัน เป็นเมืองใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของจักรวรรดิโรมัน และใหญ่ที่สุดในเขตเอเชีย... และห้องสมุดเซสซุสก็เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ ปัจจุบันเหลือเฉพาะด้านหน้าของอาคารเท่านั้น ห้องสมุดเซลซุส เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างในปี ค.ศ.114-117 โดย ดิเบริอุส จูลิอุส อาควิลา เพื่ออุทิศให้กับ 'ดิเบริอุส จูลิอุส เซลซุส' ผู้เป็นบิดา โดยฝังโลงศพหินเอาไว้ที่ใต้หอสมุดและใช้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ในอดีต ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรีย และตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา