วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เคยมั้ย...ในภาษาจีน


หลังจากห่างหายจากไวยากรณ์ ภาษาจีน มานาน ก็มาเรียนกันสักหน่อย ก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ เคยมั้ย จะพูดเป็น ภาษาจีน ได้อย่างไร

过(guò) แปลว่า ข้าม หรือ ผ่าน แต่ก็มีอีกความหมายหนึ่งคือ เคย

过 จะมีความหมายว่า เคย โดยนำไปวางไว้หลังคำกริยา v.+ 过........吗?เช่น

去过(qùguò) เคยไป
你去过中国吗?(nǐqùguòzhōngguóma) คุณเคยไปประเทศจีนมั้ย
来过(láiguò) เคยมา
你来过泰国吗?(nǐláiguòtàiguóma) คุณเคยมาประเทศไทยมั้ย
吃过(chīguò) เคยกิน
你吃过泰国菜吗?(nǐchīguòtàiguócàima) คุณเคยกินอาหารไทยมั้ย
看过(kànguò) เคยดู
你看过这部电影吗?(nǐkànguòzhèbùdiànyǐngma) คุณเคยดูหนังเรื่องนี้มั้ย
听过(tīngguò) เคยฟัง
你听过这首歌吗?(nǐtīngguòzhèshǒugēma) คุณเคยฟังเพลงนี้มั้ย

อย่าสับสนระหว่างคำว่า 去过(qùguò) เคยไป กับ 过去(guòqù)ผ่านไป,ข้ามไป และคำว่า 来过(láiguò) เคยมา กับ 过来(guòlái) ผ่านมา,ข้ามมา นะค่ะ

การเรียงประโยคใน ภาษาจีน


หลายต่อหลายครั้งที่ผู้เริ่มเรียนภาษาจีน มักจะสับสนกับวิธีการเรียงประโยค เพราะการเรียงประโยคในภาษาจีนนั้นมีทั้งเหมือน และต่างจากภาษาไทย แต่เพื่อไม่ให้เป็นการยากจนเกินไปจึงขอยกตัวอย่างเพียงไม่กี่ประโยค เช่น


ประโยคที่เรียงเหมือนภาษาไทย


你要吃什么(nǐyàochīshénme)?คุณจะกินอะไร

我要吃饺子(wǒyàochījiǎozi)。ฉันจะกินเกี๊ยว


โครงสร้างการเรียงประโยค ภาษาจีน ที่ต่างกับไทย


你在哪儿学习汉语?(nǐzàinǎerxuéxíhànyǔ) คุณเรียนภาษาจีนที่ไหน

我在北京学习汉语。(wǒzàiběijīngxuéxíhànyǔ) ฉันเรียนภาษาจีนที่ปักกิ่ง


โครงสร้างภาษาจีน = ใคร + ที่ไหน + ทำอะไร

ส่วนถ้าเป็นภาษาไทย = ใคร + ทำอะไร + ที่ไหน


你跟谁去北京?(nǐgēnshuíqù) คุณไปปักกิ่งกับใคร

我跟朋友去(wǒgēnpéngyǒuqù)。ฉันไปกับเพื่อน


โครงสร้างภาษาจีน = ใคร + กับใคร + ทำอะไร

ส่วนถ้าเป็นภาษาไทย = ใคร + ทำอะไร + กับใคร


ขอให้เพื่อนๆ ลองหมั่นสังเกตประโยคอื่นๆ ที่เพื่อนๆ เคยเจอ หรือเรียนมาดู เพื่อคราวหน้าจะได้ใช้ได้อย่างไม่สับสน สำหรับเรื่องการเรียงประโยคในภาษาจีน ยังมีมากกว่านี้ แต่วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

English Idioms » 'Come What May'

Come what may (IDM): no matter what might happen = ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

Example:
I'll be home for the holidays, come what may.

ฉันจะพักผ่อนอยู่บ้านในช่วงวันหยุด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

Come what may, I'll still love you.

ฉันจะยังรักคุณเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

English in daily Life: Informal Contractions



Informal contractions are short forms of other words that people use when speaking casually. They are not exactly slang, but they are a little like slang. For example, "gonna" is a short form of "going to". If you say "going to" very fast, without carefully pronouncing each word, it can sound like "gonna"

คำย่ออย่างไม่เป็นทางการคือ รูปแบบที่สั้นขึ้นของคำต่างๆที่ผู้คนใช้ในการสื่อสารอย่างไม่เป็นทางการในชีวิตประจำวัน คำย่อเหล่านี้ไม่จัดว่าเป็นสแลงแต่ทำหน้าที่คล้ายสแลง คือ เป็นคำย่อหรือสำนวนที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่มแต่ไม่ได้รับการยอมรับว่าถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ดังนั้นอย่านำไปใช้ในข้อสอบเขียนนะคะ เพราะถึงแม้ว่าผู้ตรวจจะเข้าใจแต่จะไม่เป็นที่ยอมรับในภาษาเขียนค่ะ แต่มีการใช้กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มของเจ้าของภาษาเอง ดังนั้น วันนี้เราจึงนำคำย่อที่ไม่เป็นทางการเหล่านี้มาฝากกันนะคะ เช่นคำว่า ‘gonna’ เป็นคำย่อของ ‘going to’ ถ้าคุณพูดคำว่า ‘going to’ หลายๆครั้งซ้ำกันอย่างรวดเร็ว เสียงของคุณก็จะเพี้ยนจาก โกอิ้ง ทู เป็น กอนนา ค่ะ

We normally use them only when speaking fast and casually, for example with friends. Some people never use them, even in informal speech. It is probably true to say that informal contractions are more common in American English.

อย่าลืมว่าคำย่อเหล่านี้สามารถใช้ได้ในภาษาพูดในกลุ่มของบุคคลที่อาจจะสนิทกันในระดับหนึ่ง เช่น เพื่อนหรือครอบครัวค่ะ และคำย่อเหล่านี้ได้รับความนิยมมากว่าในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่าภาษาอังกฤษแบบบริติชค่ะ คำย่อเหล่านี้สามารถพบได้ง่ายมากในเพลง และภาพยนตร์ภาษาอังกฤษค่ะ

For Example:

  • ain't = am not/are not/is not
    I ain't sure.
    (I am not sure.)
    ฉันไม่มั่นใจ

  • ain't = has not/have not
    She ain't finished yet.
    (She has not finished it.)
    เธอยังทำไม่เสร็จ
  • gimme = give me
    Gimme your money.
    (Give me your money.)

    ส่งเงินเธอมาให้ฉันนะ
  • gonna = going to
    Nothing's gonna change my love for you.
    (Nothing is going to change my love for you.)
    ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนความรักที่ผมมีต่อคุณได้
  • gotta = (have) got to
    I gotta go now.
    (I got to go now.)
    ฉันต้องไปแล้วล่ะ
  • kinda = kind of
    She's kinda cute.
    (She is kind of cute.)
    เธอค่อนข้างน่ารัก
  • lemme = let me
    Lemme go!
    (Let me go!)
    ปล่อยฉันไปนะ
  • wanna = want to
    I wanna go home.
    (I want to go home.)
    ฉันอยากกลับบ้าน
  • wanna = want a
    I wanna coffee.
    (I want a coffee.)
    ฉันต้องการกาแฟ
  • whatcha = what are you/ what have you
    Whatcha going to do?
    (What are you going to do?)

    คุณกำลังจะทำอะไรน่ะ


20ข้อวิทยาศาสตร์น่ารู้

1. เส้นเลือดในร่างกายมนุษย์มีความยาวรวม 62,000 ไมล์ ถ้านำมันมาเรียงต่อกันเป็นทางยาวจะได้ความยาว ถึง 2.5 เท่าของเส้นรอบวงโลก

2. The Great Barrier Reef (แนวปะการังที่ยาวทีสุดในโลกบริเวณออสเตรเลีย) เป็นโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความยาวกว่า 2000 กิโลเมตร

3. โอกาสที่โลกจะถูกโจมตีด้วยอุกาบาตขนาดใหญ่ อยู่ที่ 9300 ปีต่อครั้ง

4. ดาวนิวตรอนขนาดเท่าหัวแม่มือมีน้ำหนักกว่า 100 ล้านตัน

5. พายุเฮอริเคนหนึ่งลูกผลิตพลังงานเท่ากับระเบิดขนาด 1 เมกะตันจำนวน 8000 ลูก

6. คาดว่ามีพยาธิปากขอ ซื่งดูดเลือดเป็นอาหารอยู่ในร่างกายมนุษย์โลกเรา 700 ล้านคน

7. Fred Rompelberg คือผู้ขี่จักรยานด้วยความเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็ว 166.94 ไมล์ต่อชั่วโมง

8. มนุษย์เราสามารถคิดค้นแสงเลเซอร์ที่มีความสว่างกว่าแสงอาทิตย์ 1 ล้านเท่า

9. 65% ของผู้ป่วยออทิสติคส์ เป็นคนถนัดซ้าย

10. Finnish pine tree (ต้นสนชนิดหนึ่งในฟินแลนด์) มีความยาวของรากแต่ละต้นรวมแล้วกว่า 30 ไมล์

11. จำนวนเกลือที่อยู่ในน้ำทะเลทั่วโลกเรา สามารถปกคลุมพื้นผิวทวีปทั่วโลกได้หนากว่า 500 ฟุต

12. กลุ่มแก๊สระหว่างหมู่ดาวในราศีธนู มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์นับหมื่นล้านล้านลิตร

13. หมีขั้วโลกสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25 ไมล์ต่อชัวโมง และกระโดดได้สูงกว่า 6 ฟุต

14. มนุษย์และปลาโลมาสืบสายพันธ์เดียวกันมาตั้งแต่ 60 - 65 ล้านปีก่อน

15. กล้อง infared จับภาพหมีขั้วโลกได้ยากมาก เนื่องจากคุณสมบัติของขนของมัน

16. เฉลี่ยแล้วในหนึ่งปี คนเราจะกินสัตว์จำพวกเห็บลิ้นไร โดยไม่ได้ตั้งใจไป 430 ตัวต่อคนต่อปี

17. รากของต้น Rye(ข้าวชนิดหนึ่งใช้หมักสุรา) สามารถแผ่ขยายไปได้ถึง 400 ไมล์

18. อุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวพุธสูงกว่า 430 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน แต่ลดลงต่ำกว่า ติดลบ 180 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

19. ภายใน 24 ชั่วโมง ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ขับน้ำ(ในรูปของไอน้ำ)ออกมา 10 - 25 แกลลอน

20. ผีเสื้อรับรู้รสด้วยขาหลังของมัน โดยประสาทการรับรู้ทำงานโดยการสัมผัส ทำให้มันรู้ว่าใบไม้และดอกไม้ที่มันสัมผัส มีรสชาติอย่างไรและกินได้หรือไม่

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปัญหาโลกแตก ฟันธง! "ไก่เกิดก่อนไข่!" แน่นอน

เป็นปัญหาโลกแตกมานานว่าตกลงไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ที่ไม่น่าเชื่อคือวิทยาศาสตร์ปัจจุบันหาคำตอบให้เรื่องนี้ได้แล้ว!

ไก่เกิดก่อนไข่

ดร.โคลิน ฟรีแมน นักวิจัยจากมหาวิทยา ลัยเชฟฟิลด์ ภาควิชาวัสดุทางวิศวกรรมศาสตร์ ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ขยายภาพโครงสร้างของ เปลือกไข่ พร้อมทำตารางวิเคราะห์วิวัฒนาการและนำไปหาปัจจัยการพัฒนา พบว่า มีเพียงโปรตีนโอซี-สิบเจ็ด (OC-17) ที่อยู่ในมดลูกของแม่ไก่ที่เร่งเปลือกไข่ให้พัฒนาตัวเองหนาขึ้น หากไม่มีโปรตีนชนิดนี้แล้วเปลือกไข่จะบางเฉียบและไม่สามารถรักษาตัวอ่อนของลูกเจี๊ยบภายในไว้ได้

นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่า ไม่มีทางที่ลูกเจี๊ยบตัวใดจะเกิดขึ้นได้หากไม่อาศัยอยู่ในท้องแม่ไก่มาก่อน

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ภาษาจีนกลางวันละคำ : รวมคำทักทายเบื้องต้น